×
ผลการค้นหา : PICK UP
แสดง รายการ

     รถดีเซลและเบนซินปล่อยมลพิษคนละประเภทกัน โดย ดีเซลส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยตรงมากกว่า จากฝุ่น PM2.5 และก๊าซพิษ ส่วน เบนซินปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อนมากกว่า

 

ประเภทมลพิษ / ผลกระทบ

รถเครื่องยนต์ดีเซล

รถเครื่องยนต์เบนซิน

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5 / PM10)

ปล่อยมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด จากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ เกิดเขม่าและควันดำ

ปล่อยน้อยมาก (ยกเว้นเครื่องยนต์ระบบ Direct Injection รุ่นใหม่ที่เริ่มมีบ้าง)

ไนโตรเจนออกไซด์ (NOx)

สูงกว่า ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดหมอกควันพิษ (Smog)

น้อยกว่า เนื่องจากมีระบบ Catalytic Converter ที่จัดการได้มีประสิทธิภาพสูงกว่า

คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

ปล่อยน้อยกว่าต่อกิโลเมตร เพราะเครื่องยนต์ประหยัดน้ำมันและเผาไหม้ได้คุ้มค่ากว่า

สูงกว่า ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน (Global Warming) มากกว่า

คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) & ไฮโดรคาร์บอน

น้อยกว่า

สูงกว่า เนื่องจากอัตราส่วนการผสมอากาศกับน้ำมันต่างกัน

ข้อสรุปเชิงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม


 

  • ด้านสุขภาพคนในเมือง: รถดีเซลอันตรายกว่าอย่างชัดเจน เพราะฝุ่น PM2.5 และ NOx ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอดและโรคทางเดินหายใจโดยตรง

 

  • ด้านภาวะโลกร้อน: รถเบนซินสร้างก๊าซเรือนกระจก (CO2) มากกว่าเล็กน้อยเมื่อวิ่งในระยะทางเท่ากัน

 

(หมายเหตุ: รถยนต์มาตรฐาน ยูโร 5 และ ยูโร 6 ในปัจจุบัน ได้เพิ่มกรองดักจับเขม่า DPF ทำให้รถดีเซลรุ่นใหม่ปล่อยฝุ่นลดลงมากเมื่อเทียบกับรุ่นเก่า)

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

IHI TURBO 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Sat 22 Aug, 2026
อ่านต่อ

     สำหรับรถยนต์ยุคใหม่ (ที่เป็นระบบหัวฉีด) ไม่จำเป็นต้องจอดวอร์มเครื่องทิ้งไว้นานเป็น 5–10 นาทีเหมือนรถรุ่นเก่าอีกต่อไปแล้วครับ

ระยะเวลาที่แนะนำคือ 30 วินาที ถึง 1 นาที เท่านั้น

ทำไมถึงรอแค่ 30 วินาที – 1 นาที?

  1. รอให้น้ำมันเครื่องไปเลี้ยงส่วนต่างๆ: การจอดทิ้งไว้ทั้งคืนทำให้น้ำมันเครื่องไหลลงไปกองอยู่ที่อ่างน้ำมันเครื่องด้านล่าง เมื่อสตาร์ตติด ปั๊มน้ำมันเครื่องจะใช้เวลาประมาณ 10–30 วินาทีในการฉีดและหมุนเวียนน้ำมันขึ้นไปเลี้ยงชิ้นส่วนส่วนบนของเครื่องยนต์
  2. รอให้รอบเครื่องยนต์เริ่มลดลง: ตอนสตาร์ตใหม่ๆ เครื่องยนต์จะเร่งรอบขึ้นมาสูงเพื่อวอร์มตัวเองโดยอัตโนมัติ (รอบอาจจะอยู่ที่ 1,200–1,500 รอบ/นาที) เมื่อเวลาผ่านไปประมาณครึ่งนาที รอบเครื่องจะค่อยๆ สวิงลงมาต่ำกว่า 1,000 รอบ/นาที ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระบบพร้อมออกตัว

เทคนิค "วอร์มเครื่องขณะขับขี่" (Warm-up on the move)

การจอดแช่เปิดเครื่องทิ้งไว้นานๆ นอกจากจะเปลืองน้ำมันแล้ว เครื่องยนต์ยังอุ่นขึ้นช้ากว่าการนำรถไปวิ่งช้าๆ เสียอีก

  • ช่วง 1–2 กิโลเมตรแรก: หลังจากออกตัว ให้ขับด้วยความเร็วต่ำอย่างนุ่มนวล ค่อยๆ กดคันเร่ง ไม่กระชาก
  • หลีกเลี่ยงการเร่งเครื่องแรงๆ: อย่าเพิ่งใช้รอบเครื่องสูงเกิน 2,000–2,500 รอบ/นาที จนกว่าเข็มความร้อน (หรือไฟสัญญาณคูลแลงก์สีเขียว/ฟ้า) จะดับลงและอุณหภูมิเครื่องยนต์ขึ้นถึงระดับปกติ

สรุป: สตาร์ตรถ -> คาดเข็มขัด จัดกระจก/จัดเพลง (ใช้เวลาประมาณ 30–60 วินาที) -> พอรอบเครื่องยนต์เริ่มตก ก็นำรถออกวิ่งช้าๆ ได้ทันทีเลยครับ

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

IHI TURBO 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Mon 27 Jul, 2026
อ่านต่อ

     ไม่ต้องกังวลครับ หากรีโมทกุญแจแบตหมดจนกดปุ่ม Push Start แล้วเครื่องยนต์ไม่ตอบสนอง คุณยังสามารถสตาร์ทรถได้ด้วยวิธีมาตรฐานที่ผู้ผลิตออกแบบมาเผื่อไว้ครับ

วิธีสตาร์ทรถเมื่อกุญแจแบตหมด

  1. เหยียบเบรกให้แน่น ตามปกติเหมือนตอนสตาร์ทรถทั่วไป
  2. นำรีโมทกุญแจไปจ่อใกล้ๆ กับปุ่ม Push Start (หรือใช้ตัวกุญแจกดลงไปที่ปุ่มโดยตรง)
  3. กดปุ่ม Start ในขณะที่กุญแจยังจ่ออยู่
    • สาเหตุที่ทำได้: ภายในรีโมทจะมีชิป RFID (Passive Transponder) ซึ่งไม่ต้องใช้ไฟจากแบตเตอรี่ แต่จะใช้การเหนี่ยวนำคลื่นวิทยุในระยะประชิดจากปุ่ม Start เพื่อยืนยันรหัสกุญแจครับ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

  • การเข้าตัวรถ: หากประตูล็อกอยู่และกดรีโมทไม่ได้ ให้ดึง กุญแจสำรอง (Mechanical Key) ที่เสียบอยู่ในตัวรีโมทออกมาไขที่ประตูฝั่งคนขับครับ
  • ตำแหน่งสำรอง: รถบางรุ่น (เช่น รถยุโรปบางยี่ห้อ) อาจมีจุดวางกุญแจเฉพาะ เช่น ในช่องคอนโซลกลาง หรือข้างคอพวงมาลัย หากกดที่ปุ่มแล้วไม่ติด ลองเช็กคู่มือรถดูว่ามีจุด "Backup Slot" หรือไม่
  • รีบเปลี่ยนถ่าน: โดยส่วนใหญ่จะใช้ถ่านกระดุมรหัส CR2032 หรือ CR2025 หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปครับ

หมายเหตุ: หากทำตามวิธีข้างต้นแล้วยังสตาร์ทไม่ได้ อาจเกิดจากแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมสภาพ หรือระบบกุญแจมีปัญหา แนะนำให้ลองพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ดูก่อนเป็นลำดับถัดไปครับ

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Fri 10 Apr, 2026
อ่านต่อ

     การขับรถบนถนนที่ร้อนจัดในช่วงหน้าร้อนมีความเสี่ยงทำให้ "ยางระเบิด" ได้จริงครับ แต่ความร้อนของถนนไม่ใช่สาเหตุโดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่มันคือ "ตัวเร่ง" ที่ทำให้ปัญหาแฝงของยางแสดงอาการออกมา

นี่คือเหตุผลและวิธีป้องกันที่ควรทราบครับ:

1. ความร้อนทำให้แรงดันลมยางขยายตัว

เมื่อยางเสียดสีกับถนนที่ร้อนจัด อุณหภูมิภายในยางจะสูงขึ้นตามกฎทางฟิสิกส์ ส่งผลให้แรงดันลมยางเพิ่มสูงขึ้น หากยางอยู่ในสภาพเก่า มีรอยแตกลายงา หรือมีการปะซ่อมที่ไม่สมบูรณ์ แรงดันที่เพิ่มขึ้นนี้อาจทำให้ยางบวมหรือระเบิดได้

2. ลมยางอ่อน "อันตรายกว่า" ลมยางแข็ง

หลายคนเข้าใจผิดว่าหน้าร้อนต้องปล่อยลมยางให้อ่อนลงเพื่อเผื่อที่ว่างให้ลมขยายตัว แต่ในความเป็นจริง ลมยางอ่อนเสี่ยงระเบิดมากกว่า เพราะ:

  • แก้มยางจะยืดหยุ่นและบิดตัวไปมามากกว่าปกติขณะหมุน
  • เกิดความร้อนสะสมที่แก้มยางอย่างรวดเร็ว (Heat Build-up)
  • โครงสร้างเหล็กภายในยางอาจแยกตัวออกจากเนื้อยางจนระเบิดในที่สุด

3. สภาพยางที่ไม่พร้อม

ถนนที่ร้อนจัดจะทำให้เนื้อยางนิ่มลงและสึกหรอเร็วกว่าปกติ หากยางมีอาการเหล่านี้อยู่แล้ว ความร้อนจะเป็นตัวตัดสินสุดท้าย:

  • ยางหมดอายุ: เนื้อยางแข็งกระด้าง แตกตัวง่าย
  • ยางบวม: มีความผิดปกติของโครงสร้างภายใน
  • บรรทุกน้ำหนักเกิน: เมื่อบวกกับความร้อน ยางจะรับภาระหนักจนทนไม่ไหว

วิธีป้องกันเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย

  • เช็กลมยางตอนยางเย็น: ควรเติมลมยางตามค่ามาตรฐานที่คู่มือรถระบุ (ส่วนใหญ่จะอยู่ที่สติกเกอร์ข้างประตูคนขับ) โดยเช็กในขณะที่รถยังไม่ได้วิ่งใช้งานหนัก
  • ใช้ไนโตรเจน: หากต้องเดินทางไกลบ่อยๆ การเติมลมไนโตรเจนจะช่วยให้แรงดันลมยางคงที่กว่าและระบายความร้อนได้ดีกว่าลมธรรมดา
  • สังเกตอาการผิดปกติ: หากพวงมาลัยสั่น หรือรถมีอาการเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งขณะขับบนถนนร้อนๆ ให้รีบจอดเช็กทันที
  • พักรถเป็นระยะ: หากเดินทางไกลต่อเนื่องหลายชั่วโมง การแวะพักในปั๊มน้ำมันสัก 15-20 นาที จะช่วยลดความร้อนสะสมของทั้งยางและเครื่องยนต์ได้ครับ

สรุป: ถนนร้อนไม่ได้ทำให้ยางที่ดีระเบิดทันที แต่จะทำให้ยางที่ "บกพร่องหรือลมยางอ่อน" ระเบิดได้ง่ายขึ้นมากครับ

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Thu 09 Apr, 2026
อ่านต่อ

     ถ้าเปรียบการแต่งรถเป็นการเลือกเสื้อผ้า "ฟิล์มเซรามิค" (Ceramic Film) ก็คือสูทสั่งตัดเกรดพรีเมียมครับ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามภายนอก แต่เทคโนโลยีที่อัดแน่นอยู่ข้างในคือเหตุผลที่ทำให้คนรักรถส่วนใหญ่ยอมจ่ายจบในที่เดียว

นี่คือ 5 เหตุผลว่าทำไมฟิล์มเซรามิคถึงเป็น "ตัวตึง" ของวงการครับ

 

1. เคลียร์ชัดทุกทัศนวิสัย (Clear Vision)

จุดเด่นที่สุดคือ "นอกมืด ในสว่าง" ครับ ด้วยอณูเซรามิคขนาดเล็กระดับนาโนที่ไม่มีส่วนผสมของโลหะ ทำให้ภาพที่มองออกไปจากตัวรถมีความคมชัดสูง สบายตา ลดแสงจ้าได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะการขับขี่ตอนกลางคืนที่ฟิล์มเกรดทั่วไปมักจะทำให้ทัศนวิสัยมืดจนเกินไป

2. กันความร้อนขั้นสุด (Superior Heat Rejection)

ฟิล์มเซรามิคไม่ได้แค่ "กรองแสง" แต่ "สะท้อนและดูดซับรังสีความร้อน" (Infrared) ได้ดีกว่าฟิล์มแบบย้อมสีหรือฟิล์มปรอทหลายเท่าครับ

  • ช่วยให้แอร์ในรถเย็นเร็วขึ้น
  • ถนอมอุปกรณ์คอนโซลและเบาะหนังไม่ให้กรอบแตกจากความร้อนสะสม

3. ไม่รบกวนสัญญาณดิจิทัล (Signal Friendly)

เพราะไม่มีส่วนผสมของชั้นโลหะ (Non-Metallized) ปัญหาเรื่องขับรถผ่านด่านทางด่วนแล้ว Easy Pass สแกนไม่ติด หรือสัญญาณ GPS หลุดบ่อยๆ จะหมดไปครับ รวมไปถึงสัญญาณ 5G ในมือถือก็ยังวิ่งได้เต็มสปีดเหมือนเดิม

4. ความทนทานที่เป็นอมตะ (Durability)

ฟิล์มเซรามิคขึ้นชื่อเรื่อง "สีไม่ซีด" และ "ไม่ลอกล่อน" ง่ายๆ ครับ ฟิล์มราคาถูกมักจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงหรือพองเป็นฟองอากาศหลังจากผ่านไป 2-3 ปี แต่ฟิล์มเซรามิคเกรดดีๆ มักมีการรับประกันยาวนาน 7-10 ปีขึ้นไป เรียกว่าติดครั้งเดียวอยู่กันไปจนเปลี่ยนรถเลย

5. ลุคสปอร์ต พรีเมียม (Premium Look)

สำหรับคนรักรถ เรื่องความหล่อต้องมาคู่กันครับ ฟิล์มเซรามิคให้โทนสีดำที่ดูสนิท ลึก และมีมิติ ให้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก (คนข้างนอกมองเข้ามาเห็นยาก) แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เงาวาวเหมือนกระจกเงาแบบฟิล์มปรอท ทำให้รถดูหรูหราและสปอร์ตขึ้นทันทีที่ติดครับ

 

 

💡 ข้อควรระวัง: ปัจจุบันมี "เซรามิคปลอม" หรือฟิล์มย้อมสีดำธรรมดาที่อ้างว่าเป็นเซรามิคเยอะมากครับ วิธีเช็กเบื้องต้นคือการดูค่าการกันความร้อน (IR Cut) และการรับประกันจากร้านที่เชื่อถือได้เท่านั้น

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Thu 19 Feb, 2026
อ่านต่อ

     การดูสติ๊กเกอร์ข้างประตูรถเป็นวิธีที่ ถูกต้องและแม่นยำที่สุด ในการเติมลมยางครับ เพราะนั่นคือค่าที่วิศวกรคำนวณมาให้เหมาะกับน้ำหนักรถของคุณโดยเฉพาะ

โดยปกติสติ๊กเกอร์จะอยู่ที่ เสา B (ข้างคนขับ) เมื่อเปิดประตูออกจะเห็นแผ่นโลหะหรือสติ๊กเกอร์บอกตัวเลขอยู่ครับ

 

วิธีอ่านค่าบนสติ๊กเกอร์

ในสติ๊กเกอร์มักจะแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนๆ ดังนี้ครับ:

  1. ขนาดของยาง (Tire Size): เช็กให้ตรงกับขวดยางที่เราใช้จริง (เช่น 215/60 R16)
  2. น้ำหนักบรรทุก (Occupants/Load): มักแสดงเป็นรูปคน
    • รูปคน 2-3 คน: สำหรับการขับขี่ทั่วไป
    • รูปคนเต็มรถ + กระเป๋าเดินทาง: สำหรับตอนขนของหนักหรือไปเที่ยวต่างจังหวัด
  3. หน่วยวัด:
    • PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว): คนไทยนิยมใช้หน่วยนี้ที่สุด (เช่น 32, 35)
    • Bar / kPa: หน่วยสากลอื่นๆ (1 Bar 14.5 PSI)
  4. ตารางตัวอย่างการดูค่า (โดยประมาณ)

ตำแหน่งล้อ

บรรทุกน้อย (PSI)

บรรทุกหนัก/เดินทางไกล (PSI)

ล้อหน้า (Front)

32

35

ล้อหลัง (Rear)

30

38

 

ข้อควรจำ: ควรเติมลมยางในขณะที่ "ยางยังเย็นอยู่" (จอดพักมาแล้วอย่างน้อย 3 ชม. หรือขับมาไม่เกิน 2-3 กม.) เพราะถ้าทางไกลมาจนยางร้อน ลมยางจะขยายตัว ทำให้ค่าที่วัดได้เพี้ยน (สูงกว่าความเป็นจริง) ครับ

 

ทริคเล็กน้อยจากผม

  • ยางอะไหล่: อย่าลืมเช็กสติ๊กเกอร์ว่ายางอะไหล่ต้องเติมเท่าไหร่ (ส่วนใหญ่จะให้เติมเผื่อไว้สูงกว่าปกติ เช่น 60 PSI)
  • หน้า-หลัง ไม่ต้องเท่ากันก็ได้: รถส่วนใหญ่เครื่องยนต์อยู่ด้านหน้า น้ำหนักจึงลงล้อหน้ามากกว่า สติ๊กเกอร์อาจจะบอกให้เติมล้อหน้าเยอะกว่าล้อหลังเล็กน้อยครับ

สรุปสั้น ๆ

  1. หาจุด: เปิดประตูฝั่งคนขับ ดูสติ๊กเกอร์ที่ เสา B (เสาระหว่างประตูหน้า-หลัง)
  2. เลือกค่า: * ขับคนเดียว/ทั่วไป: ดูช่อง รูปคน 2-3 คน
    • นั่งเต็มคัน/ขนของ: ดูช่อง รูปคนเยอะๆ + กระเป๋า
  3. หน่วยที่ใช้: มองหาหน่วย PSI (เช่น 32, 35) เพื่อไปกดเลขที่ตู้เติมลม
  4. เวลาที่ควรเติม: ควรเติมตอน ยางเย็น (ขับมาไม่ไกล) เพื่อความแม่นยำที่สุดครับ

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Thu 19 Feb, 2026
อ่านต่อ
แสดง รายการ
ร้านค้าออนไลน์ และ ขายของออนไลน์ โดย © 2006-2026 Vevo Systems Co., Ltd.