×
หน้าหลัก > ข่าวและประกาศ
บทความ : ข่าวและประกาศ
แสดง รายการ

     การจอดรถทิ้งไว้กลางแดดในเมืองไทย อุณหภูมิภายในห้องโดยสารอาจพุ่งสูงขึ้นได้ถึง 60-80°C ซึ่งสูงพอที่จะทำให้ของใช้ใกล้ตัวกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ได้ครับ

นี่คือลิสต์ของต้องห้ามที่ควรเอาออกจากรถทันทีเพื่อความปลอดภัยครับ:

 

1. กลุ่มเสี่ยงระเบิด (สารไวไฟและแรงดัน)

  • ไฟแช็ก: เมื่อได้รับความร้อนสูง สารเคมีข้างในจะขยายตัวจนพลาสติกรับแรงดันไม่ไหวและระเบิด ซึ่งอาจทำให้กระจกรถร้าวหรือเกิดเพลิงไหม้ได้
  • กระป๋องสเปรย์: ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์ฉีดผม น้ำหอมปรับอากาศ หรือสเปรย์กันแดด แรงดันในกระป๋องจะเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ หากถึงจุดวิกฤตจะระเบิดออกทันที
  • ถังแก๊สปิกนิก/กระป๋องแก๊ส: สำหรับสายแคมป์ปิ้ง ควรระวังเป็นพิเศษ ห้ามลืมทิ้งไว้ในรถที่จอดกลางแดดเด็ดขาด

2. กลุ่มเสี่ยงไฟไหม้ (อุปกรณ์ไฟฟ้าและเลนส์)

  • พาวเวอร์แบงค์ (Power Bank): แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนไม่ถูกกับความร้อนอย่างแรง หากร้อนจัดจะเกิดปฏิกิริยาเคมีจนบวม รั่ว หรือลัดวงจรจนเกิดไฟลุกไหม้ได้
  • โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต: นอกจากแบตจะเสื่อมไวแล้ว ยังเสี่ยงต่อการระเบิดเช่นเดียวกับพาวเวอร์แบงค์ครับ
  • ขวดน้ำพลาสติก (ที่มีน้ำเต็มขวด): หลายคนมองข้าม แต่ขวดน้ำรูปทรงกลมที่มีน้ำอยู่ข้างในสามารถทำหน้าที่เป็น "เลนส์นูน" รวมแสงอาทิตย์ไปตกที่จุดเดียวบนเบาะหรือคอนโซล จนเกิดการเผาไหม้และเป็นต้นเหตุของไฟไหม้รถได้

3. กลุ่มสารเคมีและของมีค่าที่เสียหายง่าย

  • แอลกอฮอล์เจล: หากเก็บในที่ร้อนจัด ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อจะลดลง และหากมีการรั่วไหลไอระเหยของมันเป็นสารไวไฟที่ติดไฟได้ง่าย
  • ยาและเครื่องสำอาง: ความร้อนจะทำให้ตัวยาเสื่อมสภาพ หรือเครื่องสำอางละลายเสียหาย

💡 คำแนะนำเพิ่มเติม

หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ในรถ:

  1. ปิดเครื่อง ให้สนิท ไม่ควรเปิดทิ้งไว้หรือโหมดสแตนด์บาย
  2. เก็บไว้ในที่ที่ไม่โดนแดดโดยตรง เช่น ใต้เบาะ หรือในกล่องเก็บของที่มีฝาปิด
  3. แง้มกระจกไว้เล็กน้อย (ประมาณ 1-2 ซม.) เพื่อช่วยระบายอากาศและลดอุณหภูมิสะสมภายในรถ

 

     การจอดรถทิ้งไว้กลางแดดในเมืองไทย อุณหภูมิภายในห้องโดยสารอาจพุ่งสูงขึ้นได้ถึง 60-80°C ซึ่งสูงพอที่จะทำให้ของใช้ใกล้ตัวกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ได้ครับ

นี่คือลิสต์ของต้องห้ามที่ควรเอาออกจากรถทันทีเพื่อความปลอดภัยครับ:

 

1. กลุ่มเสี่ยงระเบิด (สารไวไฟและแรงดัน)

  • ไฟแช็ก: เมื่อได้รับความร้อนสูง สารเคมีข้างในจะขยายตัวจนพลาสติกรับแรงดันไม่ไหวและระเบิด ซึ่งอาจทำให้กระจกรถร้าวหรือเกิดเพลิงไหม้ได้
  • กระป๋องสเปรย์: ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์ฉีดผม น้ำหอมปรับอากาศ หรือสเปรย์กันแดด แรงดันในกระป๋องจะเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ หากถึงจุดวิกฤตจะระเบิดออกทันที
  • ถังแก๊สปิกนิก/กระป๋องแก๊ส: สำหรับสายแคมป์ปิ้ง ควรระวังเป็นพิเศษ ห้ามลืมทิ้งไว้ในรถที่จอดกลางแดดเด็ดขาด

2. กลุ่มเสี่ยงไฟไหม้ (อุปกรณ์ไฟฟ้าและเลนส์)

  • พาวเวอร์แบงค์ (Power Bank): แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนไม่ถูกกับความร้อนอย่างแรง หากร้อนจัดจะเกิดปฏิกิริยาเคมีจนบวม รั่ว หรือลัดวงจรจนเกิดไฟลุกไหม้ได้
  • โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต: นอกจากแบตจะเสื่อมไวแล้ว ยังเสี่ยงต่อการระเบิดเช่นเดียวกับพาวเวอร์แบงค์ครับ
  • ขวดน้ำพลาสติก (ที่มีน้ำเต็มขวด): หลายคนมองข้าม แต่ขวดน้ำรูปทรงกลมที่มีน้ำอยู่ข้างในสามารถทำหน้าที่เป็น "เลนส์นูน" รวมแสงอาทิตย์ไปตกที่จุดเดียวบนเบาะหรือคอนโซล จนเกิดการเผาไหม้และเป็นต้นเหตุของไฟไหม้รถได้

3. กลุ่มสารเคมีและของมีค่าที่เสียหายง่าย

  • แอลกอฮอล์เจล: หากเก็บในที่ร้อนจัด ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อจะลดลง และหากมีการรั่วไหลไอระเหยของมันเป็นสารไวไฟที่ติดไฟได้ง่าย
  • ยาและเครื่องสำอาง: ความร้อนจะทำให้ตัวยาเสื่อมสภาพ หรือเครื่องสำอางละลายเสียหาย

💡 คำแนะนำเพิ่มเติม

หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ในรถ:

  1. ปิดเครื่อง ให้สนิท ไม่ควรเปิดทิ้งไว้หรือโหมดสแตนด์บาย
  2. เก็บไว้ในที่ที่ไม่โดนแดดโดยตรง เช่น ใต้เบาะ หรือในกล่องเก็บของที่มีฝาปิด
  3. แง้มกระจกไว้เล็กน้อย (ประมาณ 1-2 ซม.) เพื่อช่วยระบายอากาศและลดอุณหภูมิสะสมภายในรถ

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 04 Mar, 2026
อ่านต่อ

     เสียงดังใต้ท้องรถคือวิธีที่รถกำลัง "ตะโกน" บอกเราว่ามีบางอย่างเริ่มสึกหรอครับ อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะเสียงแต่ละแบบบอกอาการที่ต่างกัน ลองเช็กดูว่าเสียงของคุณเหมือนข้อไหนในนี้ครับ

 

1. เสียงกึกๆ กักๆ เวลาเลี้ยวหรือขึ้นลูกระนาด

ส่วนใหญ่มาจาก ระบบช่วงล่าง ครับ:

  • ลูกหมากต่าง ๆ: เช่น ลูกหมากคันชัก หรือลูกหมากกันโคลง ถ้ามันหลวมหรือยางหุ้มฉีกขาด จะเกิดเสียงกระแทกเมื่อรถมีการเคลื่อนไหวในแนวดิ่งหรือแนวราบ
  • โช้คอัพ: ถ้าโช้คตายหรือรั่ว จะไม่มีตัวซับแรงกระแทก ทำให้เกิดเสียงดังเวลาลงหลุม

2. เสียงครืดคราด หรือเสียงเหล็กสีกันเวลาเบรก

อาการนี้ชัดเจนมากว่ามาจาก ระบบเบรก:

  • ผ้าเบรกหมด: จนถึงตัวเตือนที่เป็นเหล็กมาขูดกับจานเบรก
  • จานเบรกคดหรือสกปรก: อาจมีเศษหินเล็ก ๆ เข้าไปขัดอยู่ระหว่างผ้าเบรกกับจาน

3. เสียงหอนวิ้งๆ ตามความเร็วรถ

ถ้าขับเร็วขึ้นแล้วเสียงดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ มักจะมาจาก:

  • ลูกปืนล้อแตก: เสียงจะดังสม่ำเสมอ ยิ่งวิ่งเร็วยิ่งดังชัด (บางครั้งอาจรู้สึกสั่นถึงพวงมาลัย)
  • ยางรถยนต์: ยางเก่า ยางบวม หรือดอกยางแข็งกระด้างก็ทำให้เกิดเสียงหอนได้เช่นกัน

4. เสียงดังกึกๆๆ เวลารถเคลื่อนตัว (โดยเฉพาะรถขับเคลื่อนล้อหน้า)

  • เพลาขับ: ถ้าเสียงดังตอนหักเลี้ยวสุดแล้วออกตัว มักเกิดจากหัวเพลาขับเสียหรือจาระบีแห้งเพราะยางหุ้มเพลาขาด

5. เสียงดังปังๆ หรือเสียงท่อไอเสียดังผิดปกติ

  • ท่อไอเสียรั่ว/หลุด: ลองก้มดูว่าพักปลายท่อหรือข้อต่อต่าง ๆ มีรอยสนิมจนทะลุ หรือยางแขวนท่อขาดจนท่อไปกระแทกกับตัวถังรถหรือไม่

💡 คำแนะนำ: วิธีสังเกตที่ดีที่สุดคือ "จำว่าเสียงดังตอนไหน" (เช่น ดังตอนเลี้ยว, ดังตอนเบรก, หรือดังตอนความเร็วสูง) ข้อมูลนี้จะช่วยให้ช่างหาจุดเสียได้เร็วและประหยัดค่าแรงตรวจสอบครับ

 

สรุปสั้น ๆ

  • ดังตอนเลี้ยว/ขึ้นลูกระนาด: ลูกหมากหรือช่วงล่างหลวม
  • ดังตอนเบรก (ครืดๆ/จี๊ดๆ): ผ้าเบรกหมดหรือจานเบรกมีปัญหา
  • ดังหอนตอนวิ่งเร็วๆ: ลูกปืนล้อแตกหรือยางเสื่อมสภาพ
  • ดังตอนหักเลี้ยวแล้วออกตัว: เพลาขับมีปัญหา
  • ดังเหมือนท่อแตก/กระแทก: ท่อไอเสียรั่วหรือยางแขวนท่อขาด

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 04 Mar, 2026
อ่านต่อ

     อาการ "เบรกจม" (เหยียบแล้วแป้นเบรกยุบลงไปมากกว่าปกติ หรือจมมิดจนติดพื้นรถ) เป็นสัญญาณอันตรายร้ายแรงเกี่ยวกับระบบเบรกครับ ห้ามฝืนขับต่อเด็ดขาด เพราะนั่นหมายถึงระบบไฮดรอลิกกำลังมีปัญหา

หากเกิดขึ้นขณะกำลังขับรถ หรือตรวจพบขณะสตาร์ทรถ ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ:

 

1. วิธีรับมือเฉพาะหน้า (กรณีรถกำลังวิ่ง)

  • ตั้งสติและเปิดไฟฉุกเฉิน: เพื่อบอกให้รถคันอื่นรู้ว่าเรามีปัญหา
  • ย้ำเบรกถี่ๆ: ลองกดเท้าลงบนแป้นเบรกซ้ำๆ หลายครั้งเร็วๆ เพื่อสร้างแรงดันในระบบชั่วคราว อาจช่วยให้เบรกกลับมาทำงานได้บ้างพอให้ชะลอรถ
  • ใช้ Engine Brake: ลดเกียร์ลงต่ำ (จาก D ไป S หรือ L / หรือลดตำแหน่งเกียร์ในเกียร์ธรรมดา) เพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยดึงความเร็วรถลง
  • ค่อยๆ ใช้เบรกมือ: เมื่อความเร็วลดลงระดับหนึ่งแล้ว ให้ค่อยๆ ดึงเบรกมือขึ้น (อย่าดึงพรวดพราดเพราะล้อจะล็อคและรถจะปัด)

2. สาเหตุที่เป็นไปได้ (ต้องให้ช่างเช็คด่วน)

  • น้ำมันเบรกหมด/รั่ว: ตรวจเช็คกระปุกน้ำมันเบรกใต้ฝากระโปรงหน้า ถ้าลดต่ำกว่าขีด MIN แสดงว่ามีการรั่วซึมที่สายอ่อนเบรก หรือปั๊มเบรก
  • ลูกยางปั๊มเบรกตัวบนเสื่อม: ทำให้น้ำมันเบรกเล็ดลอดผ่านลูกยางไปได้ แรงดันจึงไม่พอไปดันผ้าเบรก
  • มีลมในระบบเบรก: อาจเกิดจากการไล่ลมเบรกไม่ดี หรือน้ำมันเบรกเดือดจนเกิดฟองอากาศ
  • แม่ปั๊มเบรก (Master Cylinder) มีปัญหา: ตัวลูกสูบภายในอาจจะพังหรือมีรอยขีดข่วน

3. คำแนะนำในการแก้ไข

  • ห้ามขับไปอู่เอง: แนะนำให้เรียก รถสไลด์ หรือ รถยก เท่านั้น เพราะเบรกอาจหายไปดื้อๆ ระหว่างทาง ซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุมากครับ
  • ตรวจเช็คระบบไฮดรอลิกทั้งหมด: ให้ช่างตรวจสอบทั้งตัวแม่ปั๊ม, สายอ่อนเบรก และกระบอกเบรกที่ล้อทั้ง 4 ข้าง

 

สรุปสั้น ๆ

     ถ้าเบรกจม = ระบบเบรกล้มเหลว "หยุดใช้รถทันที" เพื่อความปลอดภัยครับ

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 04 Mar, 2026
อ่านต่อ

     หากคุณเป็นเจ้าของรถ Honda City เครื่องยนต์ 1.0L Turbo ฟังทางนี้ครับ! ล่าสุด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกประกาศเรียนเชิญลูกค้าให้นำรถเข้ารับบริการตรวจสอบและเปลี่ยนอะไหล่ "ชุดหม้อน้ำใหม่" ที่ได้รับการปรับปรุงคุณภาพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเพิ่มความทนทานต่อสภาพการใช้งานในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น

 

Honda City รุ่นไหนที่โดนเรียก

ประกาศนี้ระบุเจาะจงไปที่รถยนต์ Honda City เครื่องยนต์ 1.0L Turbo (ทั้งรุ่น Sedan 4 ประตู และ Hatchback 5 ประตู) โดยฮอนด้าจะทยอยส่งจดหมายไปยังลูกค้าแต่ละท่านตามที่อยู่ในฐานข้อมูล

 

วิธีเช็กสิทธิ์เบื้องต้น

หากคุณใช้รถรุ่นนี้อยู่และต้องการความสบายใจ สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้เองผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อความรวดเร็วดังนี้

  • เช็กผ่านเว็บไซต์: เข้าไปที่ https://vinsearch.honda.co.th แล้วกรอกหมายเลขตัวถังรถเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ โดย VIN Number ดูได้ที่ตัวรถ และในคู่มือประจำรถได้เช่นกั
  • ติดต่อ Call Center: โทร 02-341-7777
  • ศูนย์บริการฮอนด้า: ติดต่อศูนย์บริการทั่วประเทศ โดยค้นหาเบอร์โทรศัพท์ได้ที่ www.honda.co.th/dealer

ขั้นตอนการเข้ารับบริการ

เนื่องจากอาจมีผู้เข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก เพื่อความสะดวกและไม่ต้องรอนาน ฮอนด้าแนะนำให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. นัดหมายล่วงหน้า: ผ่านระบบออนไลน์ที่ https://servicebooking.honda.co.th หรือแสกน QR Code จากประกาศในภาพ
  2. เข้ารับบริการ: ตามวันและเวลาที่นัดหมาย โดยการตรวจสอบและเปลี่ยนอะไหล่ในครั้งนี้ "ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น"

ดังนั้นแล้วใครที่ใช้อยู่ต้องบอกเลยว่า การประกาศเรียกคืน เพื่อปรับปรุงคุณภาพอะไหล่ในลักษณะนี้ ถือเป็นมาตรการเชิงป้องกัน ที่แสดงถึงความรับผิดชอบของแบรนด์ต่อผู้บริโภคที่ดี เพราะการเปลี่ยนชุดระบบระบายความร้อนใหม่จะส่งผลให้การใช้งานระยะยาวเสถียรมากขั้น แต่ที่ที่ต้องเรียกเปลี่ยนอย่าลืมไปเปลี่ยนเพราะไม่มีค่าบริการนะครับ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Fri 27 Feb, 2026
อ่านต่อ

     การใช้ "ไฟสูง" (High Beam) ไม่ได้มีไว้แค่ให้เห็นทางชัดขึ้นอย่างเดียวครับ แต่มันคือเครื่องมือสื่อสารและอุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญมาก ถ้าใช้อย่างถูกจังหวะจะช่วยลดอุบัติเหตุได้มหาศาลเลย

นี่คือเหตุผลหลักๆ ว่าทำไมรถทุกคันต้องมีไฟสูงครับ

 

1. เพิ่มทัศนวิสัยในที่มืดสนิท

ไฟหน้าปกติ (ไฟต่ำ) ถูกออกแบบมาให้ส่องพื้นถนนในระยะประมาณ 30-40 เมตร เพื่อไม่ให้แยงตาเพื่อนร่วมทาง แต่ ไฟสูง จะส่องไปไกลได้ถึง 100 เมตรหรือมากกว่านั้น

  • เมื่อไหร่ที่ควรใช้: ถนนที่ไม่มีไฟทาง, ทางเปลี่ยว, หรือเส้นทางต่างจังหวัดที่มืดสนิท
  • ประโยชน์: ช่วยให้เราเห็นอุปสรรคล่วงหน้าได้เร็วขึ้น เช่น คนข้ามถนน, สัตว์ตัดหน้า, หรือทางโค้งอันตราย

2. ใช้ส่งสัญญาณเตือน (Flash)

การกะพริบไฟสูงสั้นๆ 1-2 ครั้ง เป็นการสื่อสารระหว่างคนขับรถที่สากลที่สุด

  • เตือนอันตราย: บอกรถคันหน้าว่าเรากำลังจะแซง หรือเตือนรถที่กำลังจะเลี้ยวออกมาว่าเรามาด้วยความเร็ว
  • ตรวจสอบทาง: ในช่วงกลางคืนก่อนเข้าโค้งหักศอกที่มองไม่เห็นฝั่งตรงข้าม การเปิดไฟสูงทิ้งไว้หรือกะพริบไฟจะช่วยให้รถที่สวนมาเห็นแสงไฟเราก่อนที่จะเห็นตัวรถครับ

 

 

⚠️ กฎเหล็ก: มารยาทและความปลอดภัย

แม้ไฟสูงจะมีประโยชน์มาก แต่ถ้าใช้ผิดที่ผิดทางอาจกลายเป็น "อาวุธ" ที่ทำให้คนอื่นเกิดอุบัติเหตุได้ครับ

 

 

ข้อควรรู้: การกะพริบไฟสูงในไทยบางครั้งอาจมีความหมายต่างกันตามบริบท เช่น การกะพริบไฟใส่รถที่กำลังจะเลี้ยวออกมา ส่วนใหญ่ในไทยหมายถึง "อย่าเพิ่งมา ฉันขอไปก่อน" ซึ่งต่างจากบางประเทศที่แปลว่า "เชิญคุณไปก่อน" ดังนั้นต้องสังเกตความเร็วรถคู่กรณีประกอบด้วยนะครับ

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Fri 27 Feb, 2026
อ่านต่อ

     เข้าใจเลยครับ กลิ่นอับในรถนี่ชวนปวดหัวแถมยังเสียบุคลิกด้วย ส่วนใหญ่สาเหตุมักมาจาก ความชื้นสะสม เชื้อรา หรือเศษอาหาร ที่ซ่อนอยู่ตามซอกเบาะครับ

ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้ดู รับรองว่ากลิ่นหาย รถกลับมาหอมสดชื่นแน่นอนครับ

 

1. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (ไล่กลิ่นด่วน)

  • เปิดกระจกตากแดด: เลือกวันที่แดดแรงๆ เปิดประตูและกระจกทุกบานทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้รังสียูวีช่วยฆ่าเชื้อโรคและระบายอากาศ
  • ใช้ถ่านไม้หรือกากกาแฟ: วางถ่านไม้หรือกากกาแฟแห้งใส่ถ้วยไว้ในรถข้ามคืน วัสดุเหล่านี้มีรูพรุนช่วยดูดซับกลิ่นอับได้ดีเยี่ยม
  • เบกกิ้งโซดา: โรยบนพรมหรือเบาะผ้าทิ้งไว้สักพักแล้วดูดฝุ่นออก จะช่วยดึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาครับ

2. จัดการที่ต้นเหตุ (ทำความสะอาดล้ำลึก)

  • เช็กพรมและพื้นรถ: ถ้าพรมเปียกชื้นต้องรีบถอดมาซักและตากให้แห้งสนิท เพราะเป็นแหล่งกำเนิดเชื้อราเบอร์หนึ่ง
  • ล้างแอร์/เปลี่ยนกรองแอร์: หากเปิดแอร์แล้วมีกลิ่นเปรี้ยวพุ่งออกมาทันที แสดงว่าตู้แอร์สกปรกหรือกรองแอร์ตัน ควรเปลี่ยนกรองแอร์ทุกๆ 10,000 - 15,000 กม.
  • ทำความสะอาดเบาะ: ถ้าเป็นเบาะผ้าแนะนำให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นพลังสูง หรือน้ำยาซักเบาะโดยเฉพาะ

3. เคล็ดลับป้องกันกลิ่นกลับมา

  • ปิด AC ก่อนถึงที่หมาย: ก่อนจอดรถสัก 2-3 นาที ให้กดปิดปุ่ม AC (คอมเพรสเซอร์) แต่เปิดพัดลมแรงสุด เพื่อไล่ความชื้นในตู้แอร์
  • เลี่ยงการวางของกินทิ้งไว้: โดยเฉพาะอาหารที่มีกลิ่นแรงหรือขยะเปียก
  • สเปรย์ฆ่าเชื้อ: ใช้สเปรย์ฉีดพ่นในช่องแอร์หรือห้องโดยสารเพื่อกำจัดแบคทีเรียที่ตกค้าง

 

 

💡 ข้อควรระวัง: อย่าใช้น้ำหอมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือเจลน้ำหอมราคาถูกมากเกินไป เพราะไอระเหยจะไปเกาะที่คอยล์เย็นของแอร์ ทำให้แอร์เมือกและตันเร็วกว่าเดิมครับ

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Fri 27 Feb, 2026
อ่านต่อ
แสดง รายการ
ร้านค้าออนไลน์ และ ขายของออนไลน์ โดย © 2006-2026 Vevo Systems Co., Ltd.