×
หน้าหลัก > บทความประจำเดือน March 2026
บทความประจำเดือน March 2026
แสดง รายการ

     อาการ "เบรกจม" (เหยียบแล้วแป้นเบรกยุบลงไปมากกว่าปกติ หรือจมมิดจนติดพื้นรถ) เป็นสัญญาณอันตรายร้ายแรงเกี่ยวกับระบบเบรกครับ ห้ามฝืนขับต่อเด็ดขาด เพราะนั่นหมายถึงระบบไฮดรอลิกกำลังมีปัญหา

หากเกิดขึ้นขณะกำลังขับรถ หรือตรวจพบขณะสตาร์ทรถ ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ:

 

1. วิธีรับมือเฉพาะหน้า (กรณีรถกำลังวิ่ง)

  • ตั้งสติและเปิดไฟฉุกเฉิน: เพื่อบอกให้รถคันอื่นรู้ว่าเรามีปัญหา
  • ย้ำเบรกถี่ๆ: ลองกดเท้าลงบนแป้นเบรกซ้ำๆ หลายครั้งเร็วๆ เพื่อสร้างแรงดันในระบบชั่วคราว อาจช่วยให้เบรกกลับมาทำงานได้บ้างพอให้ชะลอรถ
  • ใช้ Engine Brake: ลดเกียร์ลงต่ำ (จาก D ไป S หรือ L / หรือลดตำแหน่งเกียร์ในเกียร์ธรรมดา) เพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยดึงความเร็วรถลง
  • ค่อยๆ ใช้เบรกมือ: เมื่อความเร็วลดลงระดับหนึ่งแล้ว ให้ค่อยๆ ดึงเบรกมือขึ้น (อย่าดึงพรวดพราดเพราะล้อจะล็อคและรถจะปัด)

2. สาเหตุที่เป็นไปได้ (ต้องให้ช่างเช็คด่วน)

  • น้ำมันเบรกหมด/รั่ว: ตรวจเช็คกระปุกน้ำมันเบรกใต้ฝากระโปรงหน้า ถ้าลดต่ำกว่าขีด MIN แสดงว่ามีการรั่วซึมที่สายอ่อนเบรก หรือปั๊มเบรก
  • ลูกยางปั๊มเบรกตัวบนเสื่อม: ทำให้น้ำมันเบรกเล็ดลอดผ่านลูกยางไปได้ แรงดันจึงไม่พอไปดันผ้าเบรก
  • มีลมในระบบเบรก: อาจเกิดจากการไล่ลมเบรกไม่ดี หรือน้ำมันเบรกเดือดจนเกิดฟองอากาศ
  • แม่ปั๊มเบรก (Master Cylinder) มีปัญหา: ตัวลูกสูบภายในอาจจะพังหรือมีรอยขีดข่วน

3. คำแนะนำในการแก้ไข

  • ห้ามขับไปอู่เอง: แนะนำให้เรียก รถสไลด์ หรือ รถยก เท่านั้น เพราะเบรกอาจหายไปดื้อๆ ระหว่างทาง ซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุมากครับ
  • ตรวจเช็คระบบไฮดรอลิกทั้งหมด: ให้ช่างตรวจสอบทั้งตัวแม่ปั๊ม, สายอ่อนเบรก และกระบอกเบรกที่ล้อทั้ง 4 ข้าง

 

สรุปสั้น ๆ

     ถ้าเบรกจม = ระบบเบรกล้มเหลว "หยุดใช้รถทันที" เพื่อความปลอดภัยครับ

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 04 Mar, 2026
อ่านต่อ

     เสียงดังใต้ท้องรถคือวิธีที่รถกำลัง "ตะโกน" บอกเราว่ามีบางอย่างเริ่มสึกหรอครับ อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะเสียงแต่ละแบบบอกอาการที่ต่างกัน ลองเช็กดูว่าเสียงของคุณเหมือนข้อไหนในนี้ครับ

 

1. เสียงกึกๆ กักๆ เวลาเลี้ยวหรือขึ้นลูกระนาด

ส่วนใหญ่มาจาก ระบบช่วงล่าง ครับ:

  • ลูกหมากต่าง ๆ: เช่น ลูกหมากคันชัก หรือลูกหมากกันโคลง ถ้ามันหลวมหรือยางหุ้มฉีกขาด จะเกิดเสียงกระแทกเมื่อรถมีการเคลื่อนไหวในแนวดิ่งหรือแนวราบ
  • โช้คอัพ: ถ้าโช้คตายหรือรั่ว จะไม่มีตัวซับแรงกระแทก ทำให้เกิดเสียงดังเวลาลงหลุม

2. เสียงครืดคราด หรือเสียงเหล็กสีกันเวลาเบรก

อาการนี้ชัดเจนมากว่ามาจาก ระบบเบรก:

  • ผ้าเบรกหมด: จนถึงตัวเตือนที่เป็นเหล็กมาขูดกับจานเบรก
  • จานเบรกคดหรือสกปรก: อาจมีเศษหินเล็ก ๆ เข้าไปขัดอยู่ระหว่างผ้าเบรกกับจาน

3. เสียงหอนวิ้งๆ ตามความเร็วรถ

ถ้าขับเร็วขึ้นแล้วเสียงดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ มักจะมาจาก:

  • ลูกปืนล้อแตก: เสียงจะดังสม่ำเสมอ ยิ่งวิ่งเร็วยิ่งดังชัด (บางครั้งอาจรู้สึกสั่นถึงพวงมาลัย)
  • ยางรถยนต์: ยางเก่า ยางบวม หรือดอกยางแข็งกระด้างก็ทำให้เกิดเสียงหอนได้เช่นกัน

4. เสียงดังกึกๆๆ เวลารถเคลื่อนตัว (โดยเฉพาะรถขับเคลื่อนล้อหน้า)

  • เพลาขับ: ถ้าเสียงดังตอนหักเลี้ยวสุดแล้วออกตัว มักเกิดจากหัวเพลาขับเสียหรือจาระบีแห้งเพราะยางหุ้มเพลาขาด

5. เสียงดังปังๆ หรือเสียงท่อไอเสียดังผิดปกติ

  • ท่อไอเสียรั่ว/หลุด: ลองก้มดูว่าพักปลายท่อหรือข้อต่อต่าง ๆ มีรอยสนิมจนทะลุ หรือยางแขวนท่อขาดจนท่อไปกระแทกกับตัวถังรถหรือไม่

💡 คำแนะนำ: วิธีสังเกตที่ดีที่สุดคือ "จำว่าเสียงดังตอนไหน" (เช่น ดังตอนเลี้ยว, ดังตอนเบรก, หรือดังตอนความเร็วสูง) ข้อมูลนี้จะช่วยให้ช่างหาจุดเสียได้เร็วและประหยัดค่าแรงตรวจสอบครับ

 

สรุปสั้น ๆ

  • ดังตอนเลี้ยว/ขึ้นลูกระนาด: ลูกหมากหรือช่วงล่างหลวม
  • ดังตอนเบรก (ครืดๆ/จี๊ดๆ): ผ้าเบรกหมดหรือจานเบรกมีปัญหา
  • ดังหอนตอนวิ่งเร็วๆ: ลูกปืนล้อแตกหรือยางเสื่อมสภาพ
  • ดังตอนหักเลี้ยวแล้วออกตัว: เพลาขับมีปัญหา
  • ดังเหมือนท่อแตก/กระแทก: ท่อไอเสียรั่วหรือยางแขวนท่อขาด

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 04 Mar, 2026
อ่านต่อ

     การจอดรถทิ้งไว้กลางแดดในเมืองไทย อุณหภูมิภายในห้องโดยสารอาจพุ่งสูงขึ้นได้ถึง 60-80°C ซึ่งสูงพอที่จะทำให้ของใช้ใกล้ตัวกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ได้ครับ

นี่คือลิสต์ของต้องห้ามที่ควรเอาออกจากรถทันทีเพื่อความปลอดภัยครับ:

 

1. กลุ่มเสี่ยงระเบิด (สารไวไฟและแรงดัน)

  • ไฟแช็ก: เมื่อได้รับความร้อนสูง สารเคมีข้างในจะขยายตัวจนพลาสติกรับแรงดันไม่ไหวและระเบิด ซึ่งอาจทำให้กระจกรถร้าวหรือเกิดเพลิงไหม้ได้
  • กระป๋องสเปรย์: ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์ฉีดผม น้ำหอมปรับอากาศ หรือสเปรย์กันแดด แรงดันในกระป๋องจะเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ หากถึงจุดวิกฤตจะระเบิดออกทันที
  • ถังแก๊สปิกนิก/กระป๋องแก๊ส: สำหรับสายแคมป์ปิ้ง ควรระวังเป็นพิเศษ ห้ามลืมทิ้งไว้ในรถที่จอดกลางแดดเด็ดขาด

2. กลุ่มเสี่ยงไฟไหม้ (อุปกรณ์ไฟฟ้าและเลนส์)

  • พาวเวอร์แบงค์ (Power Bank): แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนไม่ถูกกับความร้อนอย่างแรง หากร้อนจัดจะเกิดปฏิกิริยาเคมีจนบวม รั่ว หรือลัดวงจรจนเกิดไฟลุกไหม้ได้
  • โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต: นอกจากแบตจะเสื่อมไวแล้ว ยังเสี่ยงต่อการระเบิดเช่นเดียวกับพาวเวอร์แบงค์ครับ
  • ขวดน้ำพลาสติก (ที่มีน้ำเต็มขวด): หลายคนมองข้าม แต่ขวดน้ำรูปทรงกลมที่มีน้ำอยู่ข้างในสามารถทำหน้าที่เป็น "เลนส์นูน" รวมแสงอาทิตย์ไปตกที่จุดเดียวบนเบาะหรือคอนโซล จนเกิดการเผาไหม้และเป็นต้นเหตุของไฟไหม้รถได้

3. กลุ่มสารเคมีและของมีค่าที่เสียหายง่าย

  • แอลกอฮอล์เจล: หากเก็บในที่ร้อนจัด ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อจะลดลง และหากมีการรั่วไหลไอระเหยของมันเป็นสารไวไฟที่ติดไฟได้ง่าย
  • ยาและเครื่องสำอาง: ความร้อนจะทำให้ตัวยาเสื่อมสภาพ หรือเครื่องสำอางละลายเสียหาย

💡 คำแนะนำเพิ่มเติม

หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ในรถ:

  1. ปิดเครื่อง ให้สนิท ไม่ควรเปิดทิ้งไว้หรือโหมดสแตนด์บาย
  2. เก็บไว้ในที่ที่ไม่โดนแดดโดยตรง เช่น ใต้เบาะ หรือในกล่องเก็บของที่มีฝาปิด
  3. แง้มกระจกไว้เล็กน้อย (ประมาณ 1-2 ซม.) เพื่อช่วยระบายอากาศและลดอุณหภูมิสะสมภายในรถ

 

     การจอดรถทิ้งไว้กลางแดดในเมืองไทย อุณหภูมิภายในห้องโดยสารอาจพุ่งสูงขึ้นได้ถึง 60-80°C ซึ่งสูงพอที่จะทำให้ของใช้ใกล้ตัวกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ได้ครับ

นี่คือลิสต์ของต้องห้ามที่ควรเอาออกจากรถทันทีเพื่อความปลอดภัยครับ:

 

1. กลุ่มเสี่ยงระเบิด (สารไวไฟและแรงดัน)

  • ไฟแช็ก: เมื่อได้รับความร้อนสูง สารเคมีข้างในจะขยายตัวจนพลาสติกรับแรงดันไม่ไหวและระเบิด ซึ่งอาจทำให้กระจกรถร้าวหรือเกิดเพลิงไหม้ได้
  • กระป๋องสเปรย์: ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์ฉีดผม น้ำหอมปรับอากาศ หรือสเปรย์กันแดด แรงดันในกระป๋องจะเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ หากถึงจุดวิกฤตจะระเบิดออกทันที
  • ถังแก๊สปิกนิก/กระป๋องแก๊ส: สำหรับสายแคมป์ปิ้ง ควรระวังเป็นพิเศษ ห้ามลืมทิ้งไว้ในรถที่จอดกลางแดดเด็ดขาด

2. กลุ่มเสี่ยงไฟไหม้ (อุปกรณ์ไฟฟ้าและเลนส์)

  • พาวเวอร์แบงค์ (Power Bank): แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนไม่ถูกกับความร้อนอย่างแรง หากร้อนจัดจะเกิดปฏิกิริยาเคมีจนบวม รั่ว หรือลัดวงจรจนเกิดไฟลุกไหม้ได้
  • โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต: นอกจากแบตจะเสื่อมไวแล้ว ยังเสี่ยงต่อการระเบิดเช่นเดียวกับพาวเวอร์แบงค์ครับ
  • ขวดน้ำพลาสติก (ที่มีน้ำเต็มขวด): หลายคนมองข้าม แต่ขวดน้ำรูปทรงกลมที่มีน้ำอยู่ข้างในสามารถทำหน้าที่เป็น "เลนส์นูน" รวมแสงอาทิตย์ไปตกที่จุดเดียวบนเบาะหรือคอนโซล จนเกิดการเผาไหม้และเป็นต้นเหตุของไฟไหม้รถได้

3. กลุ่มสารเคมีและของมีค่าที่เสียหายง่าย

  • แอลกอฮอล์เจล: หากเก็บในที่ร้อนจัด ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อจะลดลง และหากมีการรั่วไหลไอระเหยของมันเป็นสารไวไฟที่ติดไฟได้ง่าย
  • ยาและเครื่องสำอาง: ความร้อนจะทำให้ตัวยาเสื่อมสภาพ หรือเครื่องสำอางละลายเสียหาย

💡 คำแนะนำเพิ่มเติม

หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ในรถ:

  1. ปิดเครื่อง ให้สนิท ไม่ควรเปิดทิ้งไว้หรือโหมดสแตนด์บาย
  2. เก็บไว้ในที่ที่ไม่โดนแดดโดยตรง เช่น ใต้เบาะ หรือในกล่องเก็บของที่มีฝาปิด
  3. แง้มกระจกไว้เล็กน้อย (ประมาณ 1-2 ซม.) เพื่อช่วยระบายอากาศและลดอุณหภูมิสะสมภายในรถ

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 04 Mar, 2026
อ่านต่อ
แสดง รายการ
ร้านค้าออนไลน์ และ ขายของออนไลน์ โดย © 2006-2026 Vevo Systems Co., Ltd.