×
ผลการค้นหา : SQD
แสดง รายการ

     อะไหล่ในรถยนต์ 8 ชิ้นที่ต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุด ได้แก่ น้ำมันเครื่องและไส้กรอง ผ้าเบรก แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพตามการใช้งานอื่นๆ ซึ่งการเปลี่ยนตามกำหนดจะช่วยให้รถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

 

อะไหล่ในรถที่ต้องเปลี่ยนบ่อย

  • น้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง: ควรเปลี่ยนถ่ายตามระยะทางที่กำหนด (โดยทั่วไปคือทุกๆ 5,000 - 10,000 กม. หรือ 6 เดือน) เพื่อรักษาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และป้องกันการสึกหรอ
  • ผ้าเบรก: การเปลี่ยนขึ้นอยู่กับความหนาของผ้าเบรกและการใช้งาน โดยทั่วไปควรตรวจสอบทุกๆ 20,000 กม. และอาจต้องเปลี่ยนทุก 50,000-70,000 กม. หรือไวกว่านั้น
  • แบตเตอรี่: มีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 ปี หรืออาจถึง 3 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทและการดูแลรักษา ควรตรวจสอบระดับน้ำกลั่น (สำหรับแบตฯ น้ำ) และดูแลขั้วแบตเตอรี่ให้สะอาดอยู่เสมอ
  • ไส้กรองอากาศ: มีหน้าที่กรองฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกก่อนเข้าสู่เครื่องยนต์ ควรเปลี่ยนทุกๆ 30,000 กม. หรือ 1 ปีครึ่ง (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • หัวเทียน: เป็นชิ้นส่วนสำคัญในระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์เบนซิน ควรเปลี่ยนตามระยะที่ผู้ผลิตกำหนด ซึ่งมักจะอยู่ระหว่าง 40,000 - 100,000 กม. ขึ้นอยู่กับชนิดของหัวเทียน
  • น้ำมันเกียร์และไส้กรองน้ำมันเกียร์: การเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนด (เช่น ทุก 20,000 - 40,000 กม. หรือตามคู่มือรถ) จะช่วยให้ระบบเกียร์ทำงานได้อย่างราบรื่นและยืดอายุการใช้งาน
  • ใบปัดน้ำฝน: ยางปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพได้ง่ายจากแดดและฝน ควรเปลี่ยนอย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อเริ่มปัดน้ำไม่สะอาด
  • หลอดไฟต่างๆ: ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟเบรก อาจขาดได้ตามอายุการใช้งานและการสั่นสะเทือน ควรตรวจสอบและเปลี่ยนทันทีเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 14 Jan, 2026
อ่านต่อ

     การเปิดไฟเลี้ยวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสื่อสารกับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าเรากำลังจะเปลี่ยนเลน เปลี่ยนทิศทาง หรือจอดรถ การเปิดไฟเลี้ยวอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมาก

 

วิธีการเปิดไฟเลี้ยวที่ถูกต้อง

  • เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า - ก่อนที่จะเปลี่ยนเลน เปลี่ยนทิศทาง หรือจอดรถ ควรเปิดไฟเลี้ยวก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 30 เมตร เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ มีเวลาเตรียมตัวและปรับเปลี่ยนทิศทางการขับขี่
  • เลือกทิศทางที่ถูกต้อง - ก่อนเปิดไฟเลี้ยว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้เลือกทิศทางที่ต้องการเปลี่ยนแล้ว หากต้องการเลี้ยวซ้าย ให้เปิดไฟเลี้ยวซ้าย หากต้องการเลี้ยวขวา ให้เปิดไฟเลี้ยวขวา
  • เปิดไฟเลี้ยวค้างไว้จนกว่าจะเปลี่ยนเลนเสร็จ - อย่าเพิ่งปิดไฟเลี้ยวทันทีหลังจากเริ่มเปลี่ยนเลน ควรเปิดไฟเลี้ยวค้างไว้จนกว่าจะเปลี่ยนเลนเสร็จสมบูรณ์
  • ปิดไฟเลี้ยวหลังจากเปลี่ยนเลนเสร็จ - เมื่อเปลี่ยนเลนเสร็จแล้ว ควรปิดไฟเลี้ยวทันที เพื่อป้องกันความสับสนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ

ทำไมต้องเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้ง

  • แจ้งให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นทราบ - การเปิดไฟเลี้ยวจะช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ทราบถึงเจตนาในการขับขี่ของคุณ ทำให้สามารถวางแผนการขับขี่ล่วงหน้าได้
  • ป้องกันอุบัติเหตุ - การเปิดไฟเลี้ยวจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการชนท้าย หรือการเปลี่ยนเลนกระทันหัน
  • แสดงความสุภาพ - การเปิดไฟเลี้ยวแสดงถึงความสุภาพและความเป็นระเบียบในการขับขี่

สถานการณ์ใดบ้างที่ควรเปิดไฟเลี้ยว

  • ก่อนเปลี่ยนเลน - ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเลนเพื่อแซง หรือเพื่อเข้าช่องจอด ควรเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าเสมอ
  • ก่อนเลี้ยว - ก่อนเลี้ยวเข้าซอย หรือเลี้ยวเข้าออกจากถนนหลัก ควรเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า
  • ก่อนจอดรถ - ก่อนจอดรถ ควรเปิดไฟเลี้ยวเพื่อแจ้งให้รถคันหลังทราบว่าคุณกำลังจะจอด
  • ก่อนเปลี่ยนทิศทาง - ก่อนจะกลับรถ หรือเลี้ยวรถ ควรเปิดไฟเลี้ยวให้ชัดเจน

     การเปิดไฟเลี้ยวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการขับขี่อย่างปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎจราจรและการเปิดไฟเลี้ยวอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยให้กับตัวคุณเองและผู้ร่วมทาง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 14 Jan, 2026
อ่านต่อ

     รถเกียร์อัตโนมัติช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่เมื่อเทียบกับเกียร์ธรรมดา แต่หากใช้งานไม่ถูกวิธีอาจส่งผลให้ระบบเกียร์เกิดความเสียหายได้ บทความนี้ เราจะพาไปรู้จัก 5 พฤติกรรมต้องห้ามของรถเกียร์ออโต้ จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

 

1. เร่งรอบสูงก่อนเข้าเกียร์ D

การพยายามออกตัวกระชากด้วยการเร่งรอบเครื่องยนต์สูงแล้วจึงเข้าเกียร์ D จะส่งผลต่ออายุการใช้งานของเกียร์ออโต้อย่างมาก เพราะจะทำให้ชุดเกียร์และอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบส่งกำลังเกิดการกระแทกอย่างรุนแรง ทำให้ชิ้นส่วนเสื่อมสภาพไว

2. คิกดาวน์บ่อยทำเกียร์พังไว

การคิกดาวน์บ่อยๆ หรือการเหยียบคันเร่งอย่างรวดเร็ว เพื่อเร่งแซง หรือเพิ่มความเร็วของรถ ชุดเกียร์จะต้องคอยรับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นอย่างทันทีทันใด หากทำบ่อยๆ จะส่งผลเสียต่อชุดเกียร์ในระยะยาว

3. เข้าเกียร์ N ปล่อยไหล

การเข้าเกียร์ว่าง (N) ก่อนที่รถจะหยุดนิ่งสนิท จะทำให้ปั๊มน้ำมันเกียร์หยุดทำงาน ทำให้การหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ในชุดเกียร์ลดลง เกิดความร้อนสะสม และอาจทำให้เกียร์สึกหรอได้

4. เปลี่ยนเกียร์เดินหน้า-ถอยหลังขณะยังหยุดไม่สนิท

การเคลื่อนรถไปข้างหน้าหรือข้างหลังในขณะที่รถยังจอดไม่นิ่ง จะทำให้ชุดเกียร์ต้องทำงานหนัก และอาจเกิดแรงกระแทกที่ส่งผลเสียต่อชิ้นส่วนภายในได้ จึงควรหยุดรถสนิทก่อนสลับจากเกียร์เดินหน้า - ถอยหลัง

5. ลากรถล้อหมุน

การลากรถเกียร์อัตโนมัติ จำเป็นต้องยกล้อขับเคลื่อนขึ้นไม่ให้มีการหมุน เช่น หากเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ต้องยกล้อหน้าขึ้นเหนือพื้น ปล่อยหมุนได้เฉพาะล้อคู่หลังเท่านั้น เนื่องจากการลากรถส่วนมากมักไม่ติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ จะทำให้ปั๊มน้ำมันเกียร์ไม่ทำงาน ส่งผลให้ชุดเฟืองภายในห้องเกียร์เกิดการเสียดสีรุนแรง และทำให้ความร้อนสูง ซึ่งหากลากเป็นระยะทางยาวๆ รับรองเกียร์กลับบ้านเก่าแน่นอน

     การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทั้ง 5 ข้อข้างต้น จะช่วยให้เกียร์ออโต้ของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น นอกจากนี้ การบำรุงรักษาตามระยะทางที่กำหนด เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยเช่นกัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 14 Jan, 2026
อ่านต่อ

     การติดตั้งน้ำหอมปรับอากาศในรถยนต์เป็นเรื่องที่หลายคนนิยมทำเพื่อให้ภายในรถมีกลิ่นหอมสดชื่น แต่หากใช้ไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพและตัวรถได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจติดตั้งน้ำหอมปรับอากาศ ควรพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

 

1. สารเคมีที่เป็นอันตราย

น้ำหอมปรับอากาศส่วนใหญ่มีส่วนผสมของสารเคมี เช่น พิมเสน การบูร และสารสังเคราะห์อื่นๆ ซึ่งสารเคมีเหล่านี้เมื่อระเหยออกมาในอากาศและเราสูดดมเข้าไปในปริมาณมาก อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ และในระยะยาวอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ เช่น โรคหอบหืด หรือแม้แต่โรคมะเร็ง

 

2. อุดตันระบบแอร์

สารเคมีจากน้ำหอมปรับอากาศ เมื่อระเหยออกมาจะไปเกาะติดตามแผ่นกรองแอร์ ทำให้เกิดการอุดตัน และลดประสิทธิภาพในการทำงานของระบบปรับอากาศ ส่งผลให้แอร์ไม่เย็น แอร์มีกลิ่นอับ และอาจทำให้ระบบแอร์เสียหายได้ในระยะยาว

 

3. เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

กลิ่นหอมที่รุนแรงจากน้ำหอมปรับอากาศ อาจทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกเวียนหัว มึนงง หรือหลับใน ซึ่งเป็นอันตรายต่อการขับขี่และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

 

     ดังนั้น หากคิดที่จะติดตั้งน้ำหอมปรับอากาศภายในรถ ควรเลือกใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นอ่อนๆ เพื่อไม่ให้ระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ลดอาการมึนหัว และควรทำความสะอาดระบบแอร์เป็นประจำ เพื่อขจัดคราบสกปรกและสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ในระบบแอร์

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 14 Jan, 2026
อ่านต่อ

     การปล่อยให้ไฟเตือนระดับน้ำมันโชว์บ่อยๆ อาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด บทความนี้ เราจึงขอแนะนำ 3 เหตุผลว่าทำไมต้องเติมน้ำมันก่อนที่ไฟเตือนจะโชว์ มีอะไรบ้างไปดูกัน

 

เหตุผลที่ 1 ป้องกันปั๊มติ๊กเสียหาย

ปั๊มติ๊ก หรือ ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง มีหน้าที่ดูดน้ำมันจากถังไปยังเครื่องยนต์ เมื่อระดับน้ำมันต่ำ ปั๊มติ๊กจะทำงานหนักขึ้น เนื่องจากต้องทำงานในสภาพที่แห้งแล้ง ซึ่งอาจทำให้ปั๊มติ๊กร้อนจัดและเสียหายได้ง่ายขึ้น การเติมน้ำมันให้เพียงพอจะช่วยให้ปั๊มติ๊กทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น

 

เหตุผลที่ 2 ป้องกันการเกิดฟองอากาศ

เมื่อระดับน้ำมันในถังต่ำลง อาจเกิดฟองอากาศขึ้นในระบบท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ฟองอากาศเหล่านี้อาจทำให้หัวฉีดน้ำมันได้รับความเสียหาย ทำให้เครื่องยนต์ทำงานไม่สมบูรณ์ เกิดอาการสั่น และอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ในระยะยาว

 

เหตุผลที่ 3 ป้องกันรถดับระหว่างทาง

การรอจนกระทั่งไฟเตือนน้ำมันโชว์แล้วค่อยเติมน้ำมัน อาจทำให้รถของคุณดับกลางทางได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการเดินทางไกล การเติมน้ำมันก่อนที่น้ำมันจะหมดจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ารถของคุณจะสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย

 

     ด้วยเหตุผลเหล่านี้ คุณจึงควรเติมน้ำมันก่อนที่ไฟเตือนจะโชว์ขึ้นหน้าปัด จะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับระบบเชื้อเพลิงได้นั่นเองครับ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 14 Jan, 2026
อ่านต่อ

     หลังจากที่กรมทางหลวงใจดีเปิดให้ทดลองวิ่งฟรีมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ล่าสุดมีประกาศอย่างเป็นทางการแล้วครับว่า ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 (M81) หรือ มอเตอร์เวย์สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี เตรียมจะ "เริ่มเก็บค่าผ่านทาง" อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป

     ใครที่วางแผนจะไปเที่ยวเมืองกาญฯ หรือใช้เส้นทางนี้ประจำ ต้องเตรียมตัวอย่างไร จ่ายเงินแบบไหน และราคาแต่ละด่านเท่าไหร่ เราสรุปมาให้ได้รู้ก่อนใช้บริการ

 

ความพิเศษของมอเตอร์เวย์ M81

ความพิเศษของมอเตอร์เวย์ M81 คือการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เต็มรูปแบบครับ โดยมีรูปแบบการใช้งานดังนี้

  • ทางเข้า รถทุกคันวิ่งผ่านได้เลย "ไม่มีไม้กั้น" ไม่ต้องหยุดรับบัตร กล้องจะอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ
  • ทางออก เมื่อถึงด่านปลายทาง จะมีช่องทางให้เลือกจ่ายเงิน 2 แบบ คือ
  1. ช่อง M-Flow (ป้ายสีฟ้า): วิ่งผ่านไร้ไม้กั้น (ตัดเงินผ่านบัตร/Easy Pass หรือไปจ่ายย้อนหลังในเว็บ)
  2. ช่องเงินสด (ป้ายรูปเงิน): ต้องหยุดรถเพื่อจ่ายเงินกับพนักงานที่ตู้

 

ค่าผ่านทาง M81 (รถยนต์ 4 ล้อ)

อัตราค่าธรรมเนียมจะคิดตามระยะทางจริง (เริ่มต้น 10 บาท + 1.5 บาท/กม.) หากท่านขึ้นจาก ต้นทางด่านบางใหญ่ เพื่อไปยังด่านต่างๆ จะมีอัตราค่าผ่านทางดังนี้

 

ด่านปลายทาง (ขาออก)               ค่าผ่านทาง (รถ 4 ล้อ)

ด่านนครชัยศรี                                                                    45 บาท

ด่านศีรษะทอง                                                                   65 บาท

ด่านนครปฐม (ฝั่งตะวันออก)                                           75 บาท

ด่านนครปฐม (ฝั่งตะวันตก)                                                         85 บาท

ด่านท่ามะกา                                                                                     110 บาท

ด่านท่าม่วง                                                                                       125 บาท

ด่านกาญจนบุรี (ปลายทาง)                                           150 บาท

*หมายเหตุ: ราคาสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ (รถเก๋ง/กระบะ) หากเป็นรถ 6 ล้อ หรือมากกว่า จะมีอัตราที่สูงกว่านี้

 

แนะนำทางสะดวก

เมื่อรู้ราคาหลายคนก็คงอยากผ่านทางแบบลสะดวก กรมทางหลวงแนะนำให้ผู้ใช้ทางลงทะเบียน M-Flow ไว้ล่วงหน้าครับ เพื่อความรวดเร็วในการผ่านด่านขาออก ไม่ต้องไปต่อคิวจ่ายเงินสด โดยสามารถสมัครได้ที่แอปฯ MFlowThai หรือเว็บไซต์ www.mflowthai.com

 

แต่ถ้าผ่านแบบไม่มี M-Flow สามารถดูจ่ายเงินได้ โดยมีขั้นตอนอ่านต่อที่ : ขับรถเข้า M-Flow แบบไม่ลงทะเบียนได้ไหม และมีค่าปรับไหม?

 

พิเศษ! จุดบริการสมัครสมาชิกหน้าด่าน สำหรับใครที่ทำไม่เป็น หรืออยากติด RFID Tag เพื่อความแม่นยำ กรมทางหลวงจะตั้งจุดบริการ ณ บริเวณหลังด่านชั่งน้ำหนักขาเข้าทั้ง 8 ด่าน เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2569 เป็นต้นไป (เตรียมบัตรประชาชน + สำเนาทะเบียนรถไปด้วยนะครับ)

 

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับความเร็ว

บนมอเตอร์เวย์ M81 กฎหมายกำหนดความเร็วสูงสุดไว้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน โดยห้ามขับเกินความเร็วดังนี้

  • รถยนต์ 4 ล้อ: ไม่เกิน 120 กม./ชม.
  • รถบรรทุก/รถโดยสาร: ไม่เกิน 100 กม./ชม.

แม้จะเริ่มเก็บเงินแล้ว แต่ด้วยราคา 150 บาท แลกกับการย่นระยะเวลาจากนนทบุรีไปกาญจนบุรี เหลือเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง (จากเดิม 2-3 ชม.) ก็ถือว่าคุ้มค่าทั้งเวลาและค่าน้ำมันครับ วันที่ 16 มกราคมนี้ ใครขึ้นทางด่วนสายนี้อย่าลืมเตรียมเงินหรือเช็กระบบ M-Flow กันให้พร้อมก็จะถึงที่เที่ยวนอกเมืองได้สบายๆ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

✅IHI TURBO 🇯🇵

✅GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Mon 12 Jan, 2026
อ่านต่อ
แสดง รายการ
ร้านค้าออนไลน์ และ ขายของออนไลน์ โดย © 2006-2026 Vevo Systems Co., Ltd.