×
ผลการค้นหา : MAZDA
แสดง รายการ

     ถ้าคุณขับ Mazda 2 ดีเซล (SkyActiv-D) ต้องรู้ความลับข้อนี้ ก่อนเสียเงินฟรีหลักหมื่น 💸

ใครใช้ Mazda 2 ดีเซล (1.5 SkyActiv-D) แล้วไมล์รถเริ่มแตะ 80,000 - 100,000 กิโลเมตรบ้างครับ?

 

จู่ๆ รถก็เร่งไม่ขึ้น สะดุด มีควันขาวออกท่อ ไฟรูปเครื่องโชว์หรา... พอเอาเข้าศูนย์ ช่างบอกว่า "เทอร์โบพัง ต้องเปลี่ยนยกตู้!" โดนประเมินราคาไปหลายหมื่นบาทจนหน้ามืด

อย่าเพิ่งรีบรูดบัตรจ่ายเงิน เพราะวันนี้ SQD มี "ความลับ" ของจุดบอดเครื่องยนต์รุ่นนี้ และทางออกที่ประหยัดเงินคุณไปได้หลายหมื่นบาทมาฝากกันครับ

 

Mazda 2 ดีเซล ขึ้นชื่อว่าเป็นรถที่ขับสนุกและประหยัดน้ำมันมากๆ ครับ แต่มันก็มี "จุดสลบ" ที่เจ้าของรถทุกคนต้องเจอเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง

ปัญหาไม่ได้เกิดจากเทอร์โบไม่ได้มาตรฐานนะครับ แต่มันเกิดจาก "โดมิโนเอฟเฟกต์" ของระบบภายในเครื่องยนต์ ที่ค่อยๆ พังลามหากันอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะคนที่ขับรถในเมือง รถติดๆ ขับระยะทางสั้นๆ... รู้ตัวอีกที เทอร์โบก็หอนเสียงดังและพังไปเรียบร้อยแล้ว!

ในทางวิศวกรรมยานยนต์ นี่คือ "วงจรมรณะ 4 ขั้นตอน" ที่ทำให้เทอร์โบ Mazda 2 ของคุณพังก่อนวัยอันควรครับ

 

📉 โดมิโนตัวที่ 1: เขม่าอุดตัน (EGR & DPF ตัน)

เวลาขับรถติดๆ ไอเสียจะนำพาความชื้นและเขม่าไปสะสมในท่อร่วมไอดี และกรองอนุภาคไอเสีย (DPF) จนกลายเป็นก้อนเหนียวๆ รถจะเริ่มเข้าสู่โหมด Safe Mode จำกัดความเร็วและเร่งไม่ขึ้น (มักเริ่มแสดงอาการที่ 80,000 - 100,000 กม.)

⚠️ โดมิโนตัวที่ 2: น้ำมันเครื่องเจือจาง (Oil Dilution)

เมื่อ DPF ตัน ระบบจะพยายามฉีดน้ำมันดีเซลเพิ่มเพื่อเผาเขม่า แต่พอเผาไม่หมด น้ำมันดีเซลส่วนเกินจะไหลลงไปผสมกับ "น้ำมันเครื่อง" ทำให้น้ำมันเครื่องใสแจ๋วและสูญเสียความหนืด!

💥 โดมิโนตัวที่ 3: เทอร์โบพัง (แกนรุน / ควันขาว)

นี่คือจุดพีคครับ! แกนเทอร์โบเป็นชิ้นส่วนที่หมุนรอบจัดมาก เมื่อ "น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ" จากข้อ 2 เข้ามาหล่อลื่น แกนเทอร์โบจึงสึกหรออย่างรวดเร็ว เกิดอาการ "แกนรุน" ใบพัดแกว่งไปสีกับโข่ง เกิดเสียงหอน และน้ำมันเครื่องรั่วจนเป็นควันขาว (มักเจอแจ็คพ็อตที่ 100,000 - 150,000 กม.)

 

แล้วทำไมต้องจ่ายหลักหมื่นเพื่อเปลี่ยนเทอร์โบ "ทั้งลูก"?

ในเมื่อความจริงแล้ว โข่งเทอร์โบ (เปลือกนอก) ของคุณยังใช้งานได้ปกติ สิ่งที่พังและสึกหรอมีแค่ "ไส้กลางเทอร์โบ" เท่านั้น!

💡 ทางออกที่ฉลาดและเซฟเงินที่สุด:

ที่ SQD Siam Quality Diesel Parts เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านอะไหล่เทอร์โบโดยตรง เรามี "ไส้กลางเทอร์โบ Mazda 2" คุณภาพสูงมาตรฐานสากล แยกขายให้คุณในราคาประหยัดกว่าการเปลี่ยนทั้งลูกหลายเท่าตัว! จบปัญหาตรงจุด งบไม่บานปลาย

 

ไส้กลางมาสด้า 2 ใหม่ แท้ 9,500 (คุณภาพเดียวกับเทอร์โบติดรถยนต์)

ไส้กลางมาสด้า 2 ใหม่ เทียบ 5,900

 

🛠️ Pro-Tip จากผู้เชี่ยวชาญ SQD:

เมื่อเปลี่ยนไส้กลางเทอร์โบกับเราแล้ว แนะนำให้ช่างล้างท่อร่วมไอดี, ล้างระบบ EGR/DPF และที่สำคัญที่สุด "ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเกรดคุณภาพสูงสำหรับเครื่องยนต์ DPF โดยเฉพาะ" ไปพร้อมกันเลยนะครับ เพื่อตัดวงจรโดมิโน และให้เทอร์โบลูกใหม่ทำงานทนทาน อยู่คู่รถคุณไปอีกแสนโล!

🔥 ลูกค้าท่านไหนรถเริ่มมีอาการเร่งไม่ขึ้น เทอร์โบหอน หรืออู่ไหนต้องการอะไหล่ไส้กลาง Mazda 2 คุณภาพเยี่ยม ทักแชทหาทีมงาน SQD เรามีอะไหล่พร้อมส่งทั่วประเทศครับ

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

✅IHI TURBO 🇯🇵

✅GARRETT 🇺🇸

✅MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

✅BMTS Technology 🇩🇪

✅ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

✅คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

✅สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

✅บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

“โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Fri 16 Oct, 2026
อ่านต่อ

     ในการดูแลและซ่อมบำรุงรถยนต์ การได้อะไหล่ที่ "ตรงรุ่น คุณภาพดี และราคาสมเหตุสมผล" คือหัวใจสำคัญที่สุด SQD Parts ได้กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ทั้งอู่ซ่อมรถชั้นนำและผู้ใช้รถทั่วไปให้ความไว้วางใจ ด้วยจุดเด่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อได้อย่างครอบคลุม


 

5 เหตุผลสำคัญที่ SQD Parts ได้รับความไว้วางใจ

1. คัดสรรเฉพาะอะไหล่คุณภาพ การันตีของแท้และ OEM เกรดพรีเมียม

  • หมดกังวลเรื่องอะไหล่ปลอม: SQD Parts ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้า อะไหล่ทุกชิ้นผ่านการคัดสรรจากผู้ผลิตและผู้นำเข้าที่ได้มาตรฐานสากล
  • ครอบคลุมทุกความต้องการ: มีให้เลือกทั้ง อะไหล่แท้ศูนย์ (Genuine Parts) และ อะไหล่ OEM / อะไหล่เทียบแบรนด์ดัง ที่ได้มาตรฐานเดียวกับโรงงานประกอบรถยนต์ ตอบโจทย์ทั้งสายเน้นความชัวร์และสายเน้นความคุ้มค่า

2. สินค้าครบครัน ครอบคลุมทั้งช่วงล่าง เครื่องยนต์ และของเหลว

  • เป็นศูนย์รวมอะไหล่แบบ One-Stop Service ไม่ว่าจะเป็น โช้คอัพ, ลูกหมาก, บูชยาง, ผ้าเบรก, จานเบรก, สายพานไทม์มิ่ง, กรองต่างๆ ไปจนถึงน้ำมันเครื่องและของเหลวระบบต่างๆ
  • รองรับรถยนต์หลากหลายแบรนด์ ทั้งรถญี่ปุ่นยอดนิยม (Toyota, Honda, Isuzu, Mitsubishi, Nissan, Mazda) และรถยนต์ยุโรป

3. บริการเช็กพาร์ทตรงรุ่นด้วยระบบ Database และเลขตัวถัง (VIN)

  • ปัญหาใหญ่ของการซื้ออะไหล่ออนไลน์คือ "สั่งผิดรุ่น/ใส่ไม่ได้" แต่ SQD Parts มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมระบบเช็กเบอร์อะไหล่ผ่าน เลขตัวถัง 17 หลัก (VIN)
  • ช่วยให้อู่ช่างและลูกค้าทั่วไปมั่นใจได้ 100% ว่าจะได้รับอะไหล่ที่ตรงรุ่นกับรถของตัวเอง ไม่เสียเวลาส่งเปลี่ยนคืน

4. ราคายุติธรรม คุ้มค่าทั้งสำหรับอู่ซ่อมและลูกค้าทั่วไป

  • มีโครงสร้างราคาที่เป็นมิตร ช่วยให้อู่ซ่อมรถสามารถบริหารต้นทุนและทำราคาให้ลูกค้าหน้าร้านได้อย่างเหมาะสม
  • เจ้าของรถทั่วไปที่ซื้อไปเปลี่ยนเองหรือนำไปให้ช่างใส่ ก็ได้สินค้าคุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่ากว่าการซื้อผ่านช่องทางทั่วไป

5. จัดส่งรวดเร็ว ใส่ใจบริการ และมีช่องทางติดต่อที่สะดวก

  • เข้าใจความต้องการของอู่ซ่อมรถที่ต้องทำเวลาแข่งกับงานซ่อม SQD Parts จึงมีระบบการแพ็กจัดส่งที่รวดเร็ว ชิ้นส่วนไม่ชำรุดเสียหายระหว่างทาง
  • ให้บริการปรึกษาและคำแนะนำอย่างเป็นกันเอง ทำให้คนรักรถแม้ไม่มีความรู้เรื่องช่างมากนัก ก็สามารถสอบถามและเลือกซื้อได้อย่างสบายใจ

 

สรุป: ไม่ว่าจะเป็นอู่ซ่อมรถที่ต้องการอะไหล่คุณภาพดีส่งตรงตามเวลา หรือคนรักรถที่มองหาอะไหล่ใส่แล้วจบ ปลอดภัย ไม่โดนย้อมแมว SQD Parts คือคำตอบที่ครบถ้วนทั้งเรื่องคุณภาพ ราคา และการบริการ

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

✅GARRETT 🇺🇸

✅MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

✅IHI TURBO 🇯🇵

✅ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

✅คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

✅สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

✅บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

“โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Tue 08 Sep, 2026
อ่านต่อ

     กรมขนส่งฯ ดูแลความปลอดภัยก่อนสงกรานต์ ให้เช็กฟรีทั่วประเทศ วันนี้ถึง 15 เม.ย.69!

ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 กันแล้วนะครับ หลายคนคงเริ่มเก็บกระเป๋า วางแผนกลับบ้านไปหาครอบครัว หรือเตรียมตัวไปเที่ยวพักผ่อน แต่ก่อนจะสตาร์ทรถออกเดินทางไกล สิ่งที่สำคัญที่สุดที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ “ความพร้อมของรถ” เพราะความปลอดภัยที่แท้จริงเริ่มต้นได้ที่ตัวเราครับ

 

กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน จัดแคมเปญพิเศษ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” เพื่อเป็นของขวัญให้พี่น้องชาวไทยได้เดินทางอย่างมั่นใจ โดยให้บริการตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้น ฟรี 20 รายการ!

 

ตรวจรถฟรีช่วงสงกรานต์ ได้ถึงวันไหน?

จากข้อมูลที่คุณมี โครงการ "ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย" สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 นี้ สามารถนำรถเข้ารับบริการได้ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 ครับ

 

ตรวจรถฟรีช่วงสงกรานต์ เช็กได้ที่ไหนบ้าง?

กลุ่มค่ายรถยนต์

  • โตโยต้า (Toyota)
  • ฮอนด้า (Honda)
  • นิสสัน (Nissan)
  • อีซูซุ (Isuzu)
  • มิตซูบิชิ (Mitsubishi)
  • ฮุนได (Hyundai)
  • เอ็มจี (MG)
  • มาสด้า (Mazda)
  • ซูซูกิ (Suzuki)
  • ซูบารุ (Subaru)

กลุ่มค่ายรถจักรยานยนต์

  • ไทยฮอนด้า (Thai Honda)
  • ไทยยามาฮ่า (Yamaha)
  • คาวาซากิ (Kawasaki)
  • ซูซูกิ โมโตเซลส์ (Suzuki Motosales)

กลุ่มศูนย์บริการมาตรฐานและยาง

  • บี-ควิก (B-Quik)
  • ออโต้ควิกส์ (AUTO QUIKS)
  • ออโต้แบ็คส์ (Autobacs) โดย PTG
  • สยามมิชลิน (Michelin)

กลุ่มสถานีบริการน้ำมัน

  • บางจาก (Bangchak)
  • เชลล์ (Shell)
  • ปตท. (OR – PTT Station)

สมาคมและสถาบันหลัก

  • สมาคมตรวจสภาพรถเอกชนไทย (ตรอ.)
  • สถาบันยานยนต์
  • สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
  • สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย
  • สมาคมการค้าไทย – ยุโรป (TEBA)

กลุ่มประกันภัยและบริการช่วยเหลือ

  • บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด
  • วิริยะประกันภัย
  • คาร์เวิลด์ คลับ (Roadside Assistance)

เช็กอะไรบ้าง? (ฟรี 20 รายการและส่วนลดพิเศษ)

เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกโค้ง ทุกเส้นทาง ช่างผู้เชี่ยวชาญจะช่วยดูแลความพร้อมพื้นฐานให้รถคู่ใจของคุณ เช่น:

  • ระบบหยุดรถ: ตรวจสอบระบบเบรกและสภาพยาง
  • หัวใจของรถ: การทำงานของเครื่องยนต์, ระดับน้ำมันเครื่องและความสะอาด, หม้อน้ำและจุดรอยรั่วต่างๆ
  • ระบบหายใจ: ตรวจเช็กไส้กรองอากาศ
  • ระบบทัศนวิสัย: เช็กไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณทุกจุด
  • สิทธิพิเศษเพิ่มเติม: บางหน่วยงานยังมีบริการตรวจเช็กลูกหมากปีกนก, ลูกปืนล้อ, ถังน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงมอบส่วนลดค่าอะไหล่บางรายการให้อีกด้วยครับ

เป้าหมายของสงกรานต์ปีนี้ ไม่ใช่แค่การไปถึงจุดหมายที่รวดเร็วที่สุด แต่คือการ ‘ไปถึงอย่างปลอดภัย’ เพื่อกลับไปสวมกอดคนที่คุณรัก และส่งต่อรอยยิ้มให้เพื่อนร่วมทาง

 

สถิติอุบัติเหตุจะลดลงได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราทุกคนในวันนี้ รักใคร... อย่าลืมพาพารถไปเช็กให้พร้อมก่อนออกเดินทางนะครับ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

✅IHI TURBO 🇯🇵

✅GARRETT 🇺🇸

✅MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

✅ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

✅คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

✅สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

✅บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

“โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Tue 31 Mar, 2026
อ่านต่อ

     หากคุณกำลังมองหารถเก๋งที่เน้นความประหยัดน้ำมันสำหรับการใช้งานในปัจจุบัน ตัวเลือกที่น่าสนใจจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามลักษณะการใช้งานครับ:

1. กลุ่มรถ Hybrid (HEV)

กลุ่มนี้ประหยัดที่สุดโดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่การจราจรติดขัด เพราะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยในความเร็วต่ำ

  • Toyota Corolla Altis / Camry Hybrid: ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานของระบบไฮบริดและศูนย์บริการ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยทำได้ประมาณ 23-24 กม./ลิตร
  • Honda City e:HEV: เป็นรถ Sedan ขนาดเล็กที่แรงบิดดีมากจากมอเตอร์ไฟฟ้า ขับสนุกและประหยัดน้ำมันเยี่ยม เฉลี่ยอยู่ที่ 26-27 กม./ลิตร
  • Honda Civic e:HEV: สำหรับคนที่ต้องการรถที่ขับขี่มั่นใจขึ้น ไฮบริดของ Honda รุ่นนี้แรงและประหยัดในตัวเดียวกัน

2. กลุ่มรถ Eco Car (เครื่องยนต์เบนซิน/Turbo)

เหมาะสำหรับคนที่อยากได้รถราคาย่อมเยาลงมา และเน้นการดูแลรักษาที่ง่ายกว่าระบบไฮบริดในระยะยาว

  • Mazda 2 (เครื่องยนต์ดีเซล 1.5): ยังคงเป็นแชมป์ในกลุ่มเครื่องยนต์สันดาปเพียวๆ ประหยัดน้ำมันได้ถึง 26.3 กม./ลิตร (ตามสเปก) และมีแรงบิดที่ดี
  • Toyota Yaris Ativ: ขวัญใจมหาชนด้วยเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองประมาณ 23 กม./ลิตร เน้นความคุ้มค่าและพื้นที่ใช้สอย
  • Nissan Almera (1.0 Turbo): ได้ความแรงจากเทอร์โบเข้ามาช่วย แต่ยังรักษามาตรฐานการประหยัดน้ำมันได้ดีที่ประมาณ 23 กม./ลิตร

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

✅IHI TURBO 🇯🇵

✅GARRETT 🇺🇸

✅MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

✅ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

✅คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

✅สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

✅บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

“โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Thu 19 Mar, 2026
อ่านต่อ

     เปิดตัวแล้วสำหรับ Mazda CX-5 รุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อต่อยอดความสำเร็จ Mazdaในกลุ่ม SUV ซึ่ง CX-5 ถือว่าเป็นเรือธงอยู่ แน่นอนว่าการปรับโฉมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบสิบปี โดยเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดตั้งแต่โครงสร้างยันดีไซน์! รวมถึงเครื่องยนต์ใหม่เช่นเดียวกัน

 

รายละเอียดของ Mazda CX-5 ใหม่

มิติตัวถังใหญ่ขึ้น กว้างขวางกว่าเดิม

     All-New CX-5 ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมด มีการขยายฐานล้อให้ยาวขึ้น 3.0 นิ้ว ส่งผลให้ตัวรถยาวขึ้นอีก 4.5 นิ้ว (ความยาวรวมประมาณ 184.6 นิ้ว) ทำให้มีขนาดเทียบเคียงกับคู่แข่งสำคัญอย่าง Honda CR-V ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

     การขยายขนาดนี้ส่งผลดีโดยตรงต่อการใช้งาน เช่น ประตูใหญ่ขึ้น เข้า-ออกจากรถได้สะดวกสบายกว่าเดิม แก้ปัญหาที่ผู้ใช้รุ่นก่อนเคยติงไว้ ห้องโดยสารแถวหลังกว้างขวางขึ้น Mazda ยืนยันว่าจะมีพื้นที่สำหรับผู้โดยสารตอนหลังที่กว้างที่สุดในคลาส  และได้ขยาย พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายเพิ่มขึ้น ฝาท้ายเปิดได้กว้างและต่ำลง ขนของง่ายขึ้น พร้อมพื้นที่ที่ยาวและสูงกว่าเดิม

ดีไซน์ Kodo ยุคใหม่ สู่ทิศทางอนาคตของ Mazda

     ดีไซน์ภายนอกได้รับการยกระดับภายใต้ปรัชญา "Kodo Design" ยุคใหม่ ที่จะกลายเป็นต้นแบบให้ Mazda รุ่นอื่นๆ ในอนาคต โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าแบบซ้อน (Stacked Headlights) ที่ไม่เคยมีในรุ่นไหนมาก่อน มาพร้อมกับ กระจังหน้า "Wing" Grille ถูกปรับให้คมขึ้น เสริมด้วยรายละเอียดบนกันชนที่ทำให้ตัวรถดูกว้างและดุดันขึ้น ด้านหลัง มาพร้อมโลโก้ตัวอักษร "MAZDA" พาดกลางฝาท้าย และชุดไฟท้ายดีไซน์เฉียบคม ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่อย่าง CX-70 ติดตั้งล้อลายสปอร์ตขนาด 19 นิ้วให้เลือกในรุ่นท็อป

ห้องโดยสารใหม่ จอยักษ์ แต่ไร้ปุ่ม!

     อีกจุดที่เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดของ CX-5 ใหม่! รองนี้ได้ หน้าจอกลางขนาดยักษ์ 15.6 นิ้ว เป็นจอที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรถ Mazda มาพร้อมระบบปฏิบัติการใหม่ที่มี Google Built-In ทำให้สามารถใช้ Google Assistant, Google Maps และแอปอื่นๆ ได้โดยตรง นอกจากนี้ Mazda ตัดสินใจถอดปุ่มควบคุมและปุ่มหมุนปรับเสียงบริเวณคอนโซลกลางออกทั้งหมด! การควบคุมจะทำผ่านหน้าจอสัมผัสและปุ่มบนพวงมาลัยเท่านั้น (ซึ่งยังคงเป็นปุ่มแบบกด ไม่ใช่แบบสัมผัส) และติดตั้ง ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver Assistance System) เวอร์ชั่นล่าสุดอีกด้วย

 

ขุมพลังของ Mazda CX-5

     ในช่วงเปิดตัว All-New CX-5 จะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G 2.5 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ ให้กำลัง 187 แรงม้า แรงบิด 185 ปอนด์-ฟุต (ประมาณ 251 นิวตันเมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นมาตรฐาน และคาดว่าจะมีการเปิดตัวขุมพลัง Hybrid ใหม่สำหรับ CX-5! ใสปี 2027 โดยจะใช้เครื่องยนต์ใหม่ "Skyactiv-Z" ซึ่งแตกต่างจาก CX-50 ที่ใช้ระบบไฮบริดของ Toyota โดย Mazda การันตีว่าเครื่องยนต์ใหม่นี้จะมีประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูงกว่า และประหยัดน้ำมันกว่าเครื่องยนต์ Skyactiv-G ในปัจจุบันอย่างก้าวกระโดด

ราคาและการวางจำหน่าย

     ในส่วนของราคาจำหน่ายของ All-New 2026 Mazda CX-5 ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ โดยราคาในสหรัฐอเมริกาคาดว่าจะขยับขึ้นเล็กน้อยจากรุ่นปัจจุบัน ส่วนสเปคและราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แฟนๆ Mazda คงต้องรอการประกาศจากตัวแทนจำหน่ายกันอีกครั้ง

 

รูปภาพเพิ่มเติม

https://www.sanook.com/auto/95904/gallery/

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

✅IHI TURBO 🇯🇵

✅GARRETT 🇺🇸

✅MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

✅ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

✅คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

✅สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

✅บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

“โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Fri 25 Jul, 2025
อ่านต่อ

     รีวิวลองขับ Mazda CX-5 2025 โฉมไมเนอร์เชนจ์ ยังคงเป็นจ่าฝูงด้านสมรรถนะ เพิ่มเติมความสดใหม่ด้วยรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป กับราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามกับ เราได้เลย

 

Mazda CX-5 2025 ใหม่ มีการปรับลดรุ่นย่อยจาก 4 รุ่น เหลือ 3 รุ่น พร้อมราคาจำหน่ายทางการ ดังนี้

  • รุ่น 2.0 S ราคา 1,219,000 บาท
  • รุ่น 2.0 SP ราคา 1,299,000 บาท
  • รุ่น XDL ราคาประมาณ 1,669,000 บาท

จะเห็นว่ามาสด้าได้มีการตัดรุ่นเครื่องยนต์ 2.5 TURBO ออก แล้วเหลือไว้เฉพาะเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร และดีเซล 2.2 ลิตรเท่านั้น

 

ภายนอก

รูปลักษณ์ภายนอกของ Mazda CX-5 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีการปรับรายละเอียดด้านหน้าและด้านท้าย ส่วนดีไซน์ตัวถังยังคงเดิมทั้งหมด ติดตั้งไฟหน้าแบบ LED Signature ที่ออกแบบไฟส่องสว่างเวลากลางวันเป็นรูปตัว L ซ้อนกัน มีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติตามน้ำหนักบรรทุก

 

กระจังหน้ามีการปรับรายละเอียดกรอบโครเมียม พร้อมกันชนหน้าที่เน้นความมินิมอลคล้ายกับ Mazda3 และ CX-30 รุ่นปัจจุบัน โดยที่รุ่น XDL จะมีการตกแต่งส่วนล่างของกันชนและซุ้มล้อด้วยสีเดียวกับตัวรถ ทำให้ภาพรวมดูมีความพรีเมียมแตกต่างจากรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร

 

ส่วนด้านท้ายมีการปรับดีไซน์ไฟท้ายให้ดูกลมกลืนกับไฟหน้า พร้อมกันชนท้ายดีไซน์ใหม่ ทุกรุ่นย่อยได้ประตูท้ายแบบไฟฟ้าที่เพิ่มเติมด้วยฟังก์ชัน Hand Free Power Lift Gate สามารถสอดเท้าบริเวณใต้กันชนเพื่อเปิดและปิดประตูท้ายได้

 

ส่วนล้ออัลลอยของรุ่น 2.0 S เป็นขนาด 17 นิ้ว รุ่น 2.0 SP และ XDL จะได้ล้อขนาด 19 นิ้วลายใหม่ทั้งหมด

 

สีภายนอกมีให้เลือก 7 สี โดยมี 2 สีใหม่ ได้แก่ สีเทา Polymetal Gray และสีบรอนซ์ Platinum Quartz จำหน่ายควบคู่ไปกับ 5 สีเดิม ได้แก่

 

  • สีขาว Snowflake White Pearl
  • สีดำ Jet Black
  • สีน้ำเงิน Deep Crystal Blue
  • สีเทา Machine Gray
  • สีแดง Soul Red Crystal

ภายใน

การตกแต่งภายในห้องโดยสารยกดีไซน์มาจากรุ่นเดิมทั้งหมดเช่นกัน แต่ก็ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความพรีเมียมตามฉบับมาสด้า โดยเฉพาะรุ่น XDL ที่ถูกตกแต่งด้วยวัสดุหนัง Nappa สี Deep Red ผิวสัมผัสเนียนละเอียดแบบรถยุโรป ซึ่งสีของหนังจะออกไปทางสีแดงเข้มจัดจนเกือบจะเป็นสีดำ โดยรวมแล้วดูมีความภูมิฐานดี

 

จุดเปลี่ยนภายในห้องโดยสารก็คือเรือนไมล์ที่มีการปรับดีไซน์แตกต่างไปจากรุ่นก่อนหน้า โดยยังคงรูปแบบ Analogue ควบคู่ไปกับจอสี TFT ที่ออกแบบได้อย่างกลมกลืน มีความสวยงามและดูพรีเมียม ถือเป็นรายละเอียดที่มาสด้าทำได้ค่อนข้างดี

 

พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้าน ดีไซน์ยกมาจากรุ่นก่อนหน้า (อีกแล้ว) สามารถปรับได้ 4 ทิศทาง เพิ่มเติมด้วยแป้นเปลี่ยนเกียร์ Sports Paddle Shift ทุกรุ่นย่อย โดยที่รุ่น XDL จะถูกเพิ่มเติมด้วยปุ่ม Mi-Drive เพื่อเปิดใช้งานโหมด Off Road เนื่องจากเป็นรุ่นเดียวที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

 

ส่วนหน้าจอกลางเป็นแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่ยกชุดมาจากรุ่นเดิม น่าเสียดายที่รูปแบบการแสดงผล หรือ User Interface ยังคงเหมือนเดิมเช่นกัน มาพร้อมกับปุ่ม Center Commander บริเวณคอนโซลกลางที่ช่วยให้สามารถควบคุมสั่งการได้อย่างสะดวก ไม่จำเป็นต้องพึ่งหน้าจอสัมผัสเพียงอย่างเดียว

 

ถึงกระนั้น Mazda CX-5 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ก็ได้มีการเพิ่มระบบ Wireless Apple CarPlay มาให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนฝั่ง Android Auto ยังคงต้องเสียบผ่าน USB เหมือนเดิม โดยที่รุ่น 2.0 SP และ XDL จะได้แท่นชาร์จ Wireless Charger เพิ่มขึ้นมา

 

สำหรับเบาะนั่งแถวหลังสามารถปรับเอนพนักพิงได้ แต่ต้องยอมรับว่าบรรยากาศห้องโดยสารตอนหลังของ CX-5 ไม่ได้โปร่งโล่งเท่ากับคู่แข่ง เน้นไปที่ความกระชับในการโดยสารเสียมากกว่า

 

ระบบเสียง Bose พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง ที่ติดตั้งลงใน Mazda CX-5 ถือว่ามีคุณภาพเสียงใช้ได้ทีเดียว ส่วนตัวผู้เขียนเองเป็นคนชอบฟังเพลงที่มีเบสหนักๆ แน่นๆ ซึ่งเครื่องเสียงชุดนี้ก็ตอบสนองโสตประสาทได้เป็นอย่างดี เนื้อเสียงมีน้ำมีนวล จะเปิดเพลงหรือพอดคาสต์ก็รื่นหูเป็นอย่างยิ่ง

 

อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ได้แก่ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกบังลมหน้า (Windshied Active Driving Display), ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold, กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องแอร์หลัง, ระบบปรับไฟหน้าตามองศาการเลี้ยว AFS, ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 รอบทิศทาง

 

ขณะที่ระบบความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ของ Mazda CX-5 2025 ไมเนอร์เชนจ์ ประกอบด้วย

  • LAS - Lane-Keep Assist System
  • DAA - Driver Attention Alert
  • LDWS - Lane Departure Warning System
  • MRCC w. Stop & Go - Mazda Radar Cruise Control with Stop & Go
  • RCTA - Rear Cross Traffic Alert
  • ABSM - Advanced Blind Spot Monitoring
  • SBS - Smart Brake Support
  • Advance SCBS - Advanced Smart City Brake Support
  • SCBS-R Smart City Brake Support - Reverse
  • ALH - Adaptive LED Headlamps

โดยที่รุ่น 2.0 SP และ XDL จะได้ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า (CTS - Cruising Traffic Support) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC แบบ Stop & Go เพิ่มขึ้นมา หรือพูดง่ายๆ ก็คือแบบ All-speed ที่สามารถลดความเร็วอัตโนมัติได้จนถึง 0 กม./ชม. นั่นเอง

 

อุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มขึ้นแต่ละรุ่นย่อย (เทียบกับรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์)

รุ่น 2.0 S เพิ่มเติมด้วย

  • ไฟหน้าและไฟท้าย LED Signature ใหม่
  • กระจังหน้าและ Signature Wing ใหม่
  • ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่
  • เบาะหนังสีดำ
  • Wireless Apple CarPlay
  • Sport Paddle Shift
  • Hand Free Power Lift Gate

รุ่น 2.0 SP เพิ่มเติมจากรุ่น 2.0 S

  • ล้ออัลลอย 19 นิ้ว ดีไซน์ใหม่
  • Wireless Charger
  • Cruising Traffic Support
  • MRCC with Stop & Go

รุ่น XDL เพิ่มเติมจากรุ่น 2.0 SP

  • ชุดตกแต่งภายนอกสีเดียวกับตัวรถ
  • ท่อไอเสียขนาดใหญ่
  • เบาะหนัง Nappa สี Deep Red
  • ระบบขับขี่ Off Road พร้อมสวิตช์ Mi-Drive

เครื่องยนต์และช่วงล่าง

รุ่น 2.0 S และ 2.0 SP ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-Drive อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.9 กม./ลิตร รองรับน้ำมัน E85

 

รุ่น XDL ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-Drive พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ i-ACTIV AWD อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.9 กม./ลิตร ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro5

 

ขณะเดียวกันช่วงล่างของรุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีการเสริมคานด้านล่างของห้องโดยสารตอนหลัง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างตัวถัง และมีการเปลี่ยนสปริงและโช้กที่ช่วยลดแรงสะเทือนเข้ามายังห้องโดยสาร เพิ่มความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น

 

การขับขี่

การทดลองขับครั้งนี้ เราได้มีโอกาสจับรุ่น XDL เครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D 2.2 ลิตร ค่าตัว 1.669 ล้านบาท ซึ่งแอบน่าเสียดายที่ไม่ได้ลองขับตัวเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 2.0 ลิตร เพราะเชื่อว่าน่าจะขายดีกว่ารุ่นดีเซลเป็นแน่แท้

 

โดยที่รุ่น XDL ยังคงมอบอัตราเร่งที่ฉับไว อันเป็นผลมาจากแรงบิดกว่า 450 นิวตัน-เมตร พ่วงเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ช่วยสร้างความเร้าใจในการขับขี่ได้ดีกว่าเกียร์ CVT อย่างเห็นได้ชัด เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง

 

ขณะที่รุ่นเบนซิน SKYACTIV-G 2.0 ลิตร แม้ว่าจะไม่มีโอกาสทดลองขับ แต่ด้วยตัวเลขแรงม้าและแรงบิดที่ไม่ต่างไปจากรุ่นก่อนหน้า ก็พอจะบอกได้ว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน การออกตัวจากจุดหยุดนิ่งทำได้ดี แต่การเร่งแซงในย่านความเร็วกลางถึงสูงอาจเหี่ยวแห้งไปบ้าง หากเน้นใช้งานในเมืองเป็นหลักก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

 

Mazda CX-5 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ ถือได้ว่าเป็น C-SUV ที่มีช่วงล่างดีที่สุดในตลาด ด้วยการเซ็ตช่วงล่างให้มีลักษณะหนึบแน่น ช่วยลดอาการโคลงที่ความเร็วสูง ขณะเดียวกันก็สามารถเก็บอาการขณะผ่านทางขรุขระได้ดี ไม่ตึงตังจนน่ารำคาญ เหมาะสำหรับพ่อบ้านหรือแม่บ้านที่ต้องการรถใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป วันไหนอยากจะบู๊สักหน่อย ช่วงล่างของ CX-5 ใหม่ ก็พร้อมจะตอบสนองฝีเท้าในทันที

 

จบทริป กทม. - สัตหีบ รวมระยะทางทั้งสิ้น 175.2 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยบนหน้าจออยู่ที่ 16.5 กม./ลิตร เทียบกับผู้โดยสาร 3 คน (รวมคนขับ) ความเร็วเดินทางประมาณ 110 - 120 กม./ชม. เกือบตลอดทั้งเส้นทาง ก็ถือว่าน่าประทับใจไม่น้อย

 

สรุป

Mazda CX-5 2025 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นมาสด้าไว้อย่างครบถ้วน เพิ่มเติมด้วยรูปลักษณะที่สดใหม่ และออปชันเพิ่มความคุ้มค่า ซึ่งการปรับราคาจำหน่ายรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ทั้ง 2 รุ่นย่อย อยู่ในระดับราคาไม่ถึง 1.3 ล้านบาท พอจะช่วยให้ CX-5 กลับมาเป็นที่น่าจับตามองได้บ้าง ส่วนรุ่น XDL เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร แม้ราคาจะเฉียด 1.7 ล้านบาท แต่หากงบถึงก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซลที่ทั้งแรงและประหยัด ซึ่งหาไม่ได้อีกแล้วจากค่ายคู่แข่ง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

✅IHI TURBO 🇯🇵

✅GARRETT 🇺🇸

✅MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

✅ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

✅คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

✅สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

✅บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

“โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 22 Jan, 2025
อ่านต่อ
แสดง รายการ
ร้านค้าออนไลน์ และ ขายของออนไลน์ โดย © 2006-2026 Vevo Systems Co., Ltd.