×
ผลการค้นหา : Eco Car
แสดง รายการ

     ตลาด C-SUV เมืองไทยกลับมาคึกคักรับต้นปี 2026 ทันที เมื่อ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ประกาศเปิดตัว "Corolla Cross รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2026" อย่างเป็นทางการ [cite: 29, 31] โดยรอบนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มีการยกระดับมาตรฐานไอเสียเป็น Euro 6 ในทุกรุ่นย่อย พร้อมปรับจูนดีไซน์รุ่น GR Sport ให้ดุดันยิ่งขึ้น และอัดออปชันแน่นในรุ่นเริ่มต้น

 

เราสรุปไฮไลต์ความเปลี่ยนแปลงของทั้ง 4 รุ่นย่อยมาให้ชมครับ ว่าจ่ายเงินเท่าเดิม หรือเพิ่มขึ้น แล้วได้อะไรกลับมาบ้าง?

 

เครื่องยนต์สะอาดขึ้น พร้อมมาตรฐาน Euro 6

การเปลี่ยนแปลงพื้นฐานสำคัญใน Corolla Cross ปี 2026 คือขุมพลัง ไฮบริด 1.8 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงให้ผ่านมาตรฐานการควบคุมไอเสียระดับ Euro 6 เป็นที่เรียบร้อย [cite: 31, 36] [cite_start]มอบความมั่นใจในการใช้งานระยะยาวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงความประหยัดน้ำมันไว้ที่ 23.8 กม./ลิตร

 

รุ่นท็อป HEV GR SPORT

รุ่นแต่งสปอร์ตตัวท็อปสุด มีการปรับดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในให้สมกับเป็น Gazoo Racing มากขึ้น

  • ภายนอกใหม่: กันชนหน้าและหลังดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยสี Gun Metal, วัสดุตกแต่งไฟตัดหมอกและด้านข้างใหม่ พร้อมโลโก้ Corolla Cross สีดำที่ฝาท้าย
  • ภายในสปอร์ต: เบาะหนัง Suede สีดำเดินด้ายแดง พร้อมปักโลโก้ GR, เข็มขัดนิรภัยสีแดง และพวงมาลัยตกแต่งสี Dark Silver
  • สมรรถนะ: ยังคงเอกลักษณ์ด้วย ช่วงล่างและพวงมาลัยที่ปรับจูนพิเศษ เฉพาะรุ่น GR Sport เพื่อการขับขี่ที่เร้าใจกว่ารุ่นปกติ

 

อย่าเพิ่งคิดว่าจะมีแต่ตัวท็อปเพราะสำหรับคนที่มองหาความคุ้มค่า เพราะรุ่นเริ่มต้น HEV Smart ได้รับการอัดออปชันเพิ่มจนแทบไม่เหลือคราบรุ่นล่าง

  • ความปลอดภัยจัดเต็ม: ใส่ระบบ Toyota Safety Sense มาให้ครบชุด (ระบบเบรกอัตโนมัติ, เตือนออกนอกเลน, ครูสคอนโทรลแปรผัน All-Speed)
  • ออปชันอำนวยความสะดวก: ได้เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, หน้าจอสัมผัส 10.1 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto แบบไร้สาย และ เบรกมือไฟฟ้า (EPB) + Auto Brake Hold
  • หน้าจอ: ได้หน้าจอแสดงผลการขับขี่ TFT ขนาด 7 นิ้ว

การมาของรุ่นนี้ทำให้ Corolla Cross 1.8 Sport ถูกยกเลิกไป

 

ราคาจำหน่าย Toyota Corolla Cross (MY2026)

สำหรับการปรับปรุงใหม่ปี 2026 มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ดังนี้

  • รุ่น HEV SMART: 989,000 บาท
  • รุ่น HEV PREMIUM: 1,094,000 บาท
  • รุ่น HEV PREMIUM LUXURY: 1,204,000 บาท
  • รุ่น HEV GR SPORT: 1,254,000 บาท

โตโยต้ายังคงมอบความอุ่นใจด้วยแคมเปญ "TOYOTA NO.1 TRUSTED HYBRID" โดยรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี (ไม่จำกัดระยะทาง) พร้อมโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% และฟรีประกันภัยชั้น 1 ตลอดเดือนมกราคม 2569 นี้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Mon 12 Jan, 2026
อ่านต่อ

     นอกจาก Yaris Cross จะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นแล้ว ล่าสุด Toyota ได้ทำการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประจำปีให้กับ Eco Car 5 ประตูยอดนิยมอย่าง Toyota Yaris Hatchback MY2026 เป็นที่เรียบร้อยครับ โดยรอบนี้เน้นไปที่การ "ยกระดับความปลอดภัย" ให้กับรุ่นเริ่มต้นและรุ่นรองท็อป เพื่อให้แข่งขันในตลาดได้ดุเดือดยิ่งขึ้น แลกกับการปรับราคาขึ้นเล็กน้อยตามออปชันที่ได้มา

เรา สรุปราคาใหม่ และเจาะลึกสิ่งที่เปลี่ยนไปใน Yaris Hatchback 2026 มาให้ชมกัน

ราคาจำหน่าย Toyota Yaris Hatchback MY2026

สำหรับการปรับโฉมครั้งนี้ มีการยกเลิกการจำหน่ายรุ่นท็อปสุดอย่าง Premium S ทำให้เหลือทางเลือกเพียง 3 รุ่นย่อยหลัก โดยมีการปรับราคาขึ้นดังนี้:

  • 1.2 Sport CVT: 584,000 บาท (ปรับขึ้น +25,000 บาท)
  • 1.2 Smart CVT: 644,000 บาท (ปรับขึ้น +25,000 บาท)
  • 1.2 Premium CVT: 689,000 บาท (ปรับขึ้น +10,000 บาท)

มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และ ฟรี! ค่าแรงเช็กระยะ ถึง 100,000 กิโลเมตร

จ่ายแพงขึ้นแล้วได้อะไรเพิ่ม?

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของ MY2026 คือการอัดแน่นระบบความปลอดภัยลงในรุ่น Sport และ Smart ซึ่งจากเดิมไม่มีมาให้ นั่นคือ ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Lane Departure Alert) แจ้งเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกเลนโดยไม่ตั้งใจ

     นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในไลน์อัปสินค้าคือ ยกเลิกสีแดง Spicy Scarlet อย่างเป็นทางการครับ

ส่องสเปกแต่ละรุ่นย่อย

1. รุ่นเริ่มต้น "1.2 Sport CVT" (584,000 บาท)

เหมาะกับคนงบจำกัดที่เน้นความคุ้มค่าและความปลอดภัยพื้นฐานที่ครบครัน

  • ภายนอก: ล้ออัลลอย 15 นิ้ว ทูโทน, ไฟหน้า LED Projector, ไฟท้าย LED Light Guiding
  • ภายใน: เบาะผ้าด้ายเทา, จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ ECO, ช่อง USB Type-C 2 ช่อง
  • ความปลอดภัย: ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง, ABS/EBD/BA, VSC/TRC/HAC และได้ระบบความปลอดภัยใหม่ (PCS & LDA) มาแล้ว!

2. รุ่นกลาง "1.2 Smart CVT" (644,000 บาท)

เพิ่มงบ 60,000 บาท ได้ความสะดวกสบายและความสวยงามเพิ่มขึ้นชัดเจน

  • ออปชันเพิ่มจาก Sport: ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ, กระจกหน้า Acoustic Glass (เงียบขึ้น), เบาะหนังสังเคราะห์ทรงสปอร์ต, จอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto, กล้องมองหลัง และระบบ Smart Entry + Push Start

3. รุ่นท็อป "1.2 Premium CVT" (689,000 บาท)

เพิ่มอีก 45,000 บาท ได้เทคโนโลยีขั้นสูงครบจบ

  • ออปชันเพิ่มจาก Smart: ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ภายในทูโทน ดำ-น้ำตาล, จอสัมผัส 9 นิ้ว, กล้องรอบคัน 360 องศา (PVM), กล้องบันทึกภาพหน้ารถ, ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSM) และเตือนขณะถอย (RCTA)

ขุมพลัง: เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร บล็อกเดิม

ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ รหัส 3NR-FKE ขนาด 1.2 ลิตร Dual VVT-iE ให้กำลังสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 109 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i รองรับน้ำมัน E20

 

     การปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็นการแก้เกมที่ดีของ Toyota โดยการใส่ระบบความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง PCS และ LDA มาให้ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ทำให้ Yaris Hatchback กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มองหารถคันแรกให้ลูกหลาน หรือคนทำงานที่ต้องการรถเล็กที่ "เซฟชีวิต" ได้จริงแน่นอน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Mon 12 Jan, 2026
อ่านต่อ

     ปุ่ม ECO หรือปุ่มประหยัดพลังงาน เป็นฟังก์ชันที่ถูกติดตั้งมาในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ในรถยนต์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง

 

หลักการทำงานของปุ่ม ECO

เมื่อกดปุ่ม ECO รถแต่ละรุ่นอาจทำงานแตกต่างกันเพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน ดังนี้

  • ลดการตอบสนองของคันเร่ง - เมื่อกดปุ่ม ECO การตอบสนองของคันเร่งจะช้าลง ทำให้เครื่องยนต์เร่งรอบได้ช้ากว่าปกติ ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
  • ปรับการตอบสนองเกียร์ - ในรถยนต์ที่มีเกียร์อัตโนมัติ ระบบเกียร์จะปรับการทำงานเพื่อให้เปลี่ยนเกียร์ที่รอบต่ำ ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน
  • ปรับระบบแอร์ - ระบบปรับอากาศจะทำงานในโหมดประหยัดพลังงาน โดยจะลดกำลังลมและควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม เพื่อลดการใช้พลังงานของคอมเพรสเซอร์
  • ระบบอื่นๆ - บางรุ่นอาจมีการปรับการทำงานของระบบอื่นๆ เช่น ระบบไฟฟ้า หรือระบบช่วยเหลือการขับขี่ เพื่อให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อดีของการใช้โหมด ECO

  • ประหยัดน้ำมัน - การใช้โหมด ECO ช่วยให้รถยนต์ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากขึ้น
  • ลดมลพิษ - การเผาไหม้เชื้อเพลิงที่น้อยลง ทำให้เกิดมลพิษน้อยลง
  • เพิ่มอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ - การทำงานของเครื่องยนต์ที่นุ่มนวลขึ้น มีส่วนช่วยให้อายุการใช้งานของเครื่องยนต์ยาวนานขึ้นได้

ข้อเสียของการใช้โหมด ECO

  • อัตราเร่งลดลง - การตอบสนองของคันเร่งที่ช้าลง ทำให้อัตราเร่งลดลง ไม่เหมาะสำหรับการขับขี่ในสภาพที่ต้องการความเร่งทันที
  • ความสะดวกสบายลดลง - การปรับลดกำลังของระบบปรับอากาศ อาจทำให้รู้สึกอึดอัดในบางครั้ง

เมื่อไหร่ควรใช้โหมด ECO?

  • การขับขี่ในเมือง - ในสภาพการจราจรที่ติดขัด การใช้โหมด ECO จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น
  • การขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ - การขับขี่ด้วยความเร็วคงที่บนทางหลวง การใช้โหมด ECO จะช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน
  • การขับขี่ระยะทางไกล - การใช้โหมด ECO ในการเดินทางระยะไกล จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น

     ดังนั้น ปุ่ม ECO เป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานของรถยนต์เพื่อให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้โหมด ECO ควรพิจารณาถึงสภาพการจราจรและความต้องการในการใช้งานด้วย จะได้ไม่รู้สึกรำคาญขณะเปิดใช้งาน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Sat 03 Jan, 2026
อ่านต่อ

ปุ่ม ECO คืออะไร มีไว้ทำไม? หลายคนที่สงสัยว่ากดแล้วประหยัดน้ำมันนั้นจริงไหม?

     ใครที่ใช้รถในยุคใหม่ๆ คงจะเห็นปุ่มกดเยอะมากมายรวมถึงปุ่ม Eco Mode ในรถยนต์หรือรถบางคันจะเป็น econ mode ซึ่งคำถามที่หลายคนคือ ปุ่ม ECO คืออะไร กดแล้วดีไหม ช่วยอะไรบ้าง และเข้าว่ากดแล้วประหยัดน้ำมันจริงไหม วันนี้ เรามาเฉลยเรื่องนี้กััน

 

ปุ่ม Eco Mode คืออะไร

ปุ่ม ECO Mode (หรือ Economy Mode) ช่วยให้รถประหยัดน้ำมัน โดยระบบจะไปปรับการทำงานของลดให้เหมาะสมกับการใช้งานที่เน้นการประหยัดำพลังงาน

     เพราะระบบ ECO Mode ถูกออกแบบมาเพื่อปรับการทำงานของส่วนต่าง ๆ ในรถยนต์ให้เน้นการประหยัดพลังงาน โดยหลักการสำคัญมีดังนี้

  • ลดการตอบสนองของคันเร่ง เมื่อคุณเหยียบคันเร่ง การเปิดของลิ้นปีกผีเสื้อจะช้าลงและน้อยลงกว่าโหมดปกติ แม้จะเหยียบคันเร่งในระดับเดียวกัน ซึ่งช่วยลดปริมาณเชื้อเพลิงที่ฉีดเข้าสู่เครื่องยนต์ ทำให้รถออกตัวได้นุ่มนวลขึ้นแต่ก็ไม่พุ่งเท่ากับโหมดปกติ
  • ปรับการทำงานของเกียร์อัตโนมัติ: สำหรับรถบางคันระบบจะเปลี่ยนเกียร์ขึ้นไปเกียร์สูงในรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำลง เพื่อรักษารอบเครื่องยนต์ให้อยู่ในย่านที่ประหยัดน้ำมันที่สุด
  • ควบคุมระบบปรับอากาศ : เมื่อกดแล้วระบบอาจลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ หรือลดความแรงของพัดลมลง เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ หรือระบบไฟฟ้าภายในรถเพื่อทำให้รถวิ่งได้ไกลสุด

กดปุ่ม Eco Mode ประหยัดขึ้นจริงหรือไม่?

หากเป็นการใช้งานโหมด Eco นั้นจะเหมาะกับการขับในเมืองมากกว่า เนื่องจาก โหมดนี้จะช่วยให้การออกตัวและการเร่งความเร็วเป็นไปอย่างช้าและนุ่มนวล ลดการใช้เชื้อเพลิงสิ้นเปลืองในการเร่งเครื่องบ่อยครั้ง

 

หรือการขับขี่แบบความเร็วคงที่ในการเดินทางไกลบนทางหลวง การใช้โหมด ECO ช่วยควบคุมให้รถรักษาระดับความเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดเชื้อเพลิงได้เช่นกัน

 

แต่ถ้าผู้ขับขี่มีนิสัยการขับรถแบบประหยัดอยู่แล้ว (เช่น ไม่เหยียบคันเร่งกระชาก หรือไม่เบรกกะทันหัน) การใช้ ECO Mode จะช่วยเสริมให้ประหยัดยิ่งขึ้นไปอีก

 

ข้อสังเกตและต้องรู้

การเปิด ECO Mode อาจทำให้คุณรู้สึกว่ารถมีอัตราเร่งที่ช้าลง หรือ "อืด" กว่าโหมดปกติ เนื่องจากระบบกำลังจำกัดกำลังเครื่องยนต์เพื่อการประหยัดนั่นเอง ดังนั้นถ้าอยากจะเร่งแซง แนะนำให้กดโหมดนี้ให้ไฟดับแล้วเร่งให้พ้นสถานการณ์ไปก่อน จากนั้นกดปุ่ม Eco เพื่อให้ประหยัดพลังงานเหมือนเดิม

 

ดังนั้นสรุปได้ชัดเจนว่า ปุ่ม Eco นั้นหากใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสมและขับขี่อย่างต่อเนื่อง โหมด ECO สามารถช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและประหยัดค่าใช้จ่ายได้ครับ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Tue 25 Nov, 2025
อ่านต่อ

     Toyota Hilux Travo 2026 (โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว 2026) เปิดตัวและเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่กับรถกระบะขนาด 1 ตัน ของ Toyota แม้จะพัฒนาแบบต่อยอดบนโครงสร้างตัวถังเดิม แต่จัดระเบียบไลน์อัพพร้อมชื่อเรียกในแต่ละเกรดใหม่ โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่ม Standard Cab, กลุ่มยกสูง Prerunner & 4TREX และกลุ่มที่เน้นไลฟ์สไตล์กลางแจ้ง Overland ซึ่งมาแทน Revo Rocco เดิม ทุกกลุ่ม-ทุกเกรดมีเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร เทอร์โบ ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ จากเดิมใช้ 4X4 เปลี่ยนเป็นชื่อ 4TREX นอกจากนี้ ยังเพิ่มทางเลือกรถกระบะไฟฟ้าล้วน BEV ด้วย Hilux Travo-e เจาะกลุ่มองค์กร แต่ยังขาดตระกูล GR ที่เรายังไม่ได้เห็นในการเปิดตัวครั้งนี้

 

Toyota Hilux Travo 2026 ดีไซน์ภายนอก

     Toyota Hilux Travo 2026 ได้รับการเปลี่ยนดีไซน์หน้า-หลังใหม่ เพิ่มสไตลิ่งแข็งแกร่งและโมเดิร์นมากขึ้นด้วยการเพิ่มเหลี่ยมสันเข้าไปในงานออกแบบ โดยชื่อใหม่ Travo มาจากการผสมคำระหว่าง Travel กับ Voyage หมายถึงการเดินทาง มีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ

  • Standard Cab 2 ประตู ตอนเดียวยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ (4TREX)
  • Smart Cab 2 ประตู ตอนครึ่งแค็บเปิดได้ มีทั้งยกสูงขับเคลื่อน 2 ล้อ Prerunner และยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ 4TREX
  • Double Cab 4 ประตู สองตอน มีทั้งยกสูงขับเคลื่อน 2 ล้อ Prerunner และยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ 4TREX เสริมด้วยรุ่น Overland เพิ่มการตกแต่งสำหรับไลฟ์สไตล์กลางแจ้ง Overland

     โดย Toyota Hilux Travo Overland นั้นมาแทนที่ Hilux Revo Rocco มีเฉพาะตัวถัง Double Cab 4 ประตู แต่แบ่งเป็น Prerunner ยกสูงขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4TREX ขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่มการตกแต่งภายนอกมากกว่า Prerunner และ 4TREX มาตรฐาน เช่น สปอร์ตบาร์กระบะท้าย ล้ออัลลอยลายต่างกัน

Toyota Hilux Travo 2026 ดีไซน์ภายใน

     สำหรับภายใน Toyota Hilux Travo 2026 ได้รับการออกแบบใหม่ โดยเฉพาะแผงคอนโซลหน้าที่ปรับแนวคิดลบความโค้งมนมาเล่นกับรูปทรงเรขาคณิต ใช้งานง่าย จริงจัง ตรงไปตรงมา ทุกรุ่นใช้ห้องโดยสารโทนสีดำ เบาะหุ้มผ้า Caretex (ยกเว้น Smart Cab เกียร์ธรรมดาเป็น PVC) และตั้งแต่เกรด Premium ขึ้นไป ตกแต่งคอนโซลบุด้วยวัสดุผิวสัมผัสนุ่ม พวงมาลัยหุ้มหนัง มีเบรกมือไฟฟ้า ที่ชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สาย ระบบเสียงหน้าจอสัมผัส 12.3 นิ้ว ส่วนเกรด Overland ได้เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ Softex แทนเบาะผ้า ฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง มาตรวัดและจออินโฟเทนเมนต์ 12.3 นิ้ว แอร์อัตโนมัติแยกปรับ 2 โซน ช่องเก็บความเย็น Coolbox ขณะที่ Toyota Hilux Travo-e ก็จะได้อุปกรณ์มากพอ ๆ กับ Overland

Toyota Hilux Travo 2026 เครื่องยนต์และสมรรถนะ

     รถกระบะ Toyota Hilux ที่พ่วงด้วยชื่อ Travo ทั้งหมดจะใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ รหัส 1GD-FTV เป็นพื้นฐานทั้งหมด แต่รุ่นเกียร์ธรรมดา (MT) และเกียร์อัตโนมัติ (AT) จะมีสมรรถนะต่างกัน

เกียร์ธรรมดา

     กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 1,400-3,400 รอบ/นาที เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

เกียร์อัตโนมัติ

     กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด

          ในส่วนของ Toyota Hilux Travo-e ที่ใช้เทคโนโลยีไฟฟ้าล้วน (BEV) ติดตั้งมอเตอร์ 1 ตัวบนเพลาหน้า กำลัง 112 แรงม้า แรงบิด 205.5 นิวตันเมตร และ 1 ตัวบนเพลาหลังกำลัง 176 แรงม้า แรงบิด 268.6 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 59.2 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ติดตั้งตรงกลางระหว่างคานแชสซีส์ยึดด้วยซับเฟรม ระยะทางวิ่งสูงสุด 315 กิโลเมตร (NEDC) รองรับ Fast Charge กำลังสูงสุด 125 กิโลวัตต์

Toyota Hilux Travo 2026 เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย

     ทางด้านระบบความปลอดภัย Toyota Hilux Travo รุ่น Overland กับ Travo-e จะมาพร้อมระบบช่วยขับขี่ เช่น ระบบรักษาความเร็ว Dynamic Radar Cruise Control ทำงานได้ทุกย่านความเร็ว กล้องมองภาพรอบคัน เตือนการจราจรขณะถอย เตือนรถออกนอกเลน (พร้อมดึงกลับในรุ่น Overland Plus) แต่ Travo-e ไม่มีระบบนี้และจะได้ระบบควบคุมรถให้วิ่งกลางเลน

     ส่วนระบบความปลอดภัยพื้นฐานตัวถัง Standard Cab และ Smart Cab ติดตั้งถุงลมนิรภัย 3 จุด (รวมถึงตัวถัง Double Cab ในรุ่น Prerunner กับ 4TREX ขณะที่ Overland Plus กับ Travo-e ตัวถัง Double Cab จะมีทั้งหมด 7 จุด ทุกรุ่นมีระบบเตือนมุมอับสายตา กล้องมองหลัง ระบบควบคุมการทรงตัว ควบคุมการส่ายเมื่อพ่วงท้าย เป็นต้น

 

Toyota Hilux Travo 2026 มีกี่สี

     Toyota Hilux Travo แต่ละไลน์อัพจะมีสีตัวถังให้เลือกต่างกัน ดังนี้

Toyota Hilux Travo Standard Cab

  • สีเทา Ash
  • สีเงิน Silver Metallic
  • สีขาว Super White II

Toyota Hilux Travo Prerunner & 4TREX

  • สีน้ำตาล Sulfur Metallic
  • สีดำ Attitude Black Mica
  • สีเทา Ash
  • สีเงิน Silver Metallic
  • สีขาว Super White II

Toyota Hilux Travo Overland

  • สีน้ำตาล Sulfur Metallic
  • สีดำ Attitude Black Mica
  • สีเทา Ash
  • สีขาว Platinum White Pearl Mica

Toyota Hilux Travo 2026 ราคาจำหน่าย

Toyota Hilux Travo Standard Cab

  • รุ่น 2.8 4TREX ราคา 767,000 บาท
  • รุ่น 2.8 4TREX เกียร์ออโต้  ราคา 819,000 บาท

Toyota Hilux Travo Prerunner

     Toyota Hilux Travo Prerunner แบ่งเป็น 2 ตัวถัง คือ Smart Cab และ Double Cab

Smart Cab

  • รุ่น 2.8 Smart ราคา 789,000 บาท
  • รุ่น 2.8 Smart เกียร์ออโต้ ราคา 839,000 บาท
  • รุ่น 2.8 Premium ราคา 859,000 บาท
  • รุ่น 2.8 Premium เกียร์ออโต้ ราคา 909,000 บาท

Double Cab

  • รุ่น 2.8 Smart ราคา 895,000 บาท
  • รุ่น 2.8 Smart เกียร์ออโต้ ราคา 945,000 บาท
  • รุ่น 2.8 Premium ราคา 949,000 บาท
  • รุ่น 2.8 Premium เกียร์ออโต้ ราคา 999,000 บาท

Toyota Hilux Travo 4TREX

          Toyota Hilux Travo 4TREX แบ่งเป็น 2 ตัวถัง คือ Smart Cab และ Double Cab

Smart Cab

  • รุ่น 2.8 4TREX Premium ราคา 984,000 บาท
  • รุ่น 2.8 4TREX Premium เกียร์ออโต้ ราคา 1,029,000 บาท

Double Cab

  • รุ่น 2.8 4TREX Premium ราคา 1,090,000 บาท

Toyota Hilux Travo Overland

  • รุ่น 2.8 Overland ราคา 1,102,000 บาท
  • รุ่น 2.8 Overland เกียร์ออโต้ ราคา 1,102,000 บาท
  • รุ่น 2.8 Overland 4TREX เกียร์ออโต้ ราคา 1,292,000 บาท
  • รุ่น 2.8 Overland Plus 4TREX เกียร์ออโต้ ราคา 1,366,000 บาท

Toyota Hilux Travo-e

  • รุ่น Double Cab 4TREX ราคา 1,491,000 บาท

สรุปความน่าสนใจของ Toyota Hilux Travo 2026

          สำหรับใครที่เชื่อมั่นรถกระบะตระกูล Hilux ของ Toyota อยู่แล้ว ในยุคของ Travo มีการปล่อยออปชั่นหรือกั๊กน้อยลง (ไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์และการแข่งขันก็ตามที) การจัดระเบียบรุ่นย่อยใหม่ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น ในภาพรวมราคาปรับขึ้นเล็กน้อยแลกกับอุปกรณ์มาตรฐานที่มากกว่าเดิม

          ขณะเดียวกันทุกรุ่นได้เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร 204 แรงม้า เท่ากันหมด (หากไม่นับ Travo-e) แต่ประหยัดกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร โดยเทียบระหว่าง Toyota Hilux Travo 2.8 Prerunner ตัวถัง Double Cab เกียร์ออโต้ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 14.5 กิโลเมตร/ลิตร (EcoSticker) กับ Toyota Hilux Revo 2.4 Prerunner เกียร์ออโต้ ที่ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 13.7 กิโลเมตร/ลิตร (EcoSticker)

          อย่างไรก็ตาม Toyota Hilux Travo ใหม่ จะยังไม่มีรุ่นความสูงมาตรฐานอย่าง Z Edition ในตอนนี้ รวมถึงตระกูล GR ซึ่งคาดว่าตามมาในอนาคต ส่วนตลาดรถกระบะเชิงพาณิชย์ Toyota ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ยังมอบให้ Hilux Revo รับหน้าที่ควบคู่กับ Hilux Champ ส่วนเรื่องดีไซน์ถือว่าเป็นความชอบส่วนบุคคล รอดูผลจากยอดขายว่าจะทิ้งห่าง Isuzu D-Max ได้หรือไม่ มากน้อยแค่ไหน 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก kapook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

 

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Sat 15 Nov, 2025
อ่านต่อ

     สำหรับคนที่รักรถและชอบรถให้ดูสะอาด การล้างรถและจัดการเกี่ยวกับภายในอาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนทำประจำ แต่การล้างรถอย่างเดียวอาจจะไม่พอ จนทำให้มีร้านประเภท "Car Detailing" ที่ได้ยินบ่อยๆ นั้นแตกต่างกันอย่างไร? และเมื่อไหร่ที่รถของคุณต้องการการดูแลที่ลึกซึ้งกว่าการล้างธรรมดา? และมันดีอย่างไร เราพาคุณไปหาคำตอบ

 

ล้างรถแบบ Car Detailing คืออะไร

Car Detailing หรือที่บางคนเรียกว่า "การดีเทลลิ่งรถ" คือการทำความสะอาด ฟื้นฟู และปกป้องรถยนต์อย่างละเอียดในทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่ภายนอกจรดภายใน รวมถึงห้องเครื่องยนต์ (แล้วแต่แพ็กเกจ) โดยใช้อุปกรณ์ น้ำยา และเทคนิคเฉพาะทางระดับมืออาชีพ เพื่อให้รถกลับมาดูใหม่ สะอาดหมดจด และได้รับการปกป้องสูงสุด

 

ขั้นตอน Car Detailing โดยทั่วไปจะครอบคลุม

  • ทำความสะอาดภายนอกอย่างละเอียด: รวมถึงการล้างด้วยเทคนิคที่ลดการเกิดรอย (เช่น Two-Bucket Method), การขจัดคราบฝังแน่น (ยางมะตอย, มูลนก, คราบน้ำ), การใช้ดินน้ำมัน (Clay Bar) เพื่อดึงสิ่งสกปรกออกจากชั้นผิวสี, การขัดสีเพื่อลบรอยขนแมวและเพิ่มความเงา, การลงแว็กซ์/ซีลแลนท์ หรือเคลือบเซรามิก/แก้ว เพื่อปกป้องผิวสี
  • ทำความสะอาดภายในอย่างละเอียด: ดูดฝุ่น พรม เบาะ อย่างหมดจด, ทำความสะอาดและบำรุงรักษาคอนโซล แผงประตู ช่องแอร์ และเบาะ (ไม่ว่าจะเป็นผ้าหรือหนัง) รวมถึงการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์
  • ทำความสะอาดล้อและซุ้มล้อ: ขจัดคราบเบรก สิ่งสกปรกที่ฝังแน่น

 

ข้อดีของ Car Detailing

  • สะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุม: รถจะดูใหม่เอี่ยมทั้งภายนอกและภายใน ไม่มีคราบสกปรกหรือฝุ่นตกค้าง
  • ฟื้นฟูสภาพรถ: ช่วยให้รถที่ใช้งานมานาน หรือมีปัญหาสีหมอง รอยขนแมว กลับมาเงางามเหมือนวันแรกที่ออกจากโชว์รูม
  • ปกป้องผิวรถในระยะยาว: การเคลือบต่างๆ ช่วยสร้างชั้นป้องกันให้กับสีรถจากแสงแดด รังสี UV มลภาวะ และทำให้การล้างทำความสะอาดในครั้งถัดไปง่ายขึ้น
  • เพิ่มมูลค่ารถ: หากคุณมีแผนจะขายรถในอนาคต การทำ Detailing จะช่วยเพิ่มมูลค่าและทำให้รถดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
  • แก้ปัญหาเฉพาะจุด: สามารถจัดการกับปัญหาสีรถ เช่น รอยขนแมว คราบน้ำฝังแน่น ที่การล้างปกติไม่สามารถทำได้

ข้อสังเกตของ Car Detailing

เมื่อเรารู้ข้อดีกันไปแล้ว แต่ข้อสังเกตก็คือแน่นอนว่าการล้างแบบนี้จะใช้เวลาเพราะแต่ละ ขั้นตอนละเอียดทำให้ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง หรืออาจถึงหนึ่งวันเต็ม ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการล้างรถปกติมาก เนื่องจากความละเอียดของขั้นตอน, อุปกรณ์, และน้ำยาที่ใช้ และการทำ Detailing ที่ดีต้องอาศัยช่างที่มีความรู้ ประสบการณ์ และใช้อุปกรณ์/น้ำยาที่มีคุณภาพ หากเลือกร้านไม่ดี อาจเกิดความเสียหายต่อรถได้

 

ควรต้องล้างบ่อยไหม

สำหรับการทำ Car Deailing ใช้คำว่า สามาระทำบ่อยก็ได้ถ้ามีเงิน และเวลา แค่ล้างรถหลังจากไปลุยฝนมาก็เพียงพอ แต่ถ้านานๆ ทำแบบชุดใหญ่หรือรถของคุณเป็นสีพิเศษและต้องการความเงาการทำ Car Detailing เป็นอีกทางเลือกที่ดีเช่นเดียวกัน

 

     ดังนั้นการทำ Car Detailing ถือเป็นการลงทุนเพื่อบำรุงรักษาสภาพรถยนต์ในระยะยาว ซึ่งจะช่วยรักษามูลค่าของรถ และทำให้คุณขับขี่รถคันโปรดได้อย่างภาคภูมิใจในความสะอาดและเงางามสูงสุดครับ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 23 Jul, 2025
อ่านต่อ
แสดง รายการ
ร้านค้าออนไลน์ และ ขายของออนไลน์ โดย © 2006-2026 Vevo Systems Co., Ltd.