×
ผลการค้นหา : รถไฟฟ้า
แสดง รายการ

     หน้าฝนแบบนี้คำถามยอดฮิตเลยครับ หลายคนเข้าใจผิดว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่มีท่อไอเสียแล้วจะกลายเป็น "รถสะเทินน้ำสะเทินบก" วิ่งลุยน้ำได้แบบไร้กังวล ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ทั้งหมดครับ

 

แม้ว่าชุดแบตเตอรี่และมอเตอร์จะถูกซีลมาอย่างแน่นหนาผ่านมาตรฐาน IP67 (จมน้ำลึก 1 เมตรได้ชั่วคราว) แต่รถ EV ก็ยังมีระบบไฟต่ำ 12V เซนเซอร์รอบคัน และลูกปืนล้อที่ไม่ควรแช่น้ำนานๆ

 

ถ้าจำเป็นต้องขับรถ EV ลุยฝนหนักและน้ำท่วมขัง มี 4 จุดสำคัญ ที่ต้องระวังเป็นพิเศษครับ

 

4 ข้อควรระวังเมื่อขับรถ EV หน้าฝน

1ประเมินระดับน้ำ (ห้ามเกินครึ่งล้อ):ขั้นตอนก่อนลุยน้ำ

ถ้าระดับน้ำสูงไม่เกิน 30-40 เซนติเมตร (หรือประมาณครึ่งล้อรถเก๋ง) รถ EV ลุยได้สบายครับ แต่ถ้าสูงเกินกว่านั้นหรือเริ่มท่วมถึงขอบประตู ให้เลี่ยงเด็ดขาด เพราะน้ำอาจจะซึมเข้าพรมในห้องโดยสาร ไปสร้างความเสียหายให้กล่องควบคุมไฟต่ำที่อยู่ใต้เบาะ หรืออาจทำให้รถ "เกิดแรงลอยตัว" จนลอยตามน้ำได้

2เปิดโหมดลุยน้ำ และ:ขณะกำลังขับลุยน้ำ

ขับด้วยความเร็วต่ำและคงที่เพื่อลดการเกิดคลื่นน้ำซัดไปรบกวนรถคันอื่น และควรปิดระบบปรับอากาศ (แอร์) เพื่อป้องกันไม่ให้พัดลมหม้อน้ำพัดเอาน้ำขยะหรือเศษสิ่งสกปรกกระจายเข้ามาในห้องเครื่อง

3ย้ำเบรกบ่อยๆ หลังพ้นน้ำ:หลังจากผ่านจุดน้ำท่วมขัง

เมื่อขึ้นสู่ถนนแห้งแล้ว ให้เหยียบเบรกย้ำเบาๆ หลายๆ ครั้ง เพื่อไล่ความชื้นและความชื้นออกจากจานเบรกและผ้าเบรก ช่วยให้ระบบเบรกกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพทันที

4เลี่ยงการชาร์จไฟกลางฝนตกหนัก:ข้อควรระวังในการชาร์จ

ตัวพอร์ตชาร์จและสถานีชาร์จมีระบบป้องกันไฟรั่วและกันน้ำ (IP55-IP67) ก็จริง แต่ในช่วงที่ฝนสาดหรือตกหนักมากๆ ความเสี่ยงจะอยู่ที่จังหวะที่เราเปิดฝาและกำลังเสียบหัวชาร์จ หากมีละอองน้ำหรือน้ำฝนกระเด็นเข้าไปที่ขั้วทองเหลืองอาจทำให้ระบบตัดการทำงานชาร์จไม่เข้า หรือเกิดความชื้นสะสมได้ครับ (ถ้าจำเป็นต้องชาร์จจริงๆ ควรเลือกตู้ที่มีหลังคาบังมิดชิดและเช็ดหัวชาร์จให้แห้งก่อนเสียบ)

 

💡 ข้อสังเกตหลังลุยน้ำ: เมื่อถึงที่หมายแล้ว อย่าเพิ่งรีบดับเครื่องทันที ให้เปิดพัดลมแอร์ทิ้งไว้สักพักเพื่อระบายความชื้น และลองเดินดูรอบรถว่ามีเศษขยะหรือถุงพลาสติกปลิวมาอุดตันที่กระจังหน้าหรือช่องรับลมใต้ท้องรถหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาความร้อนในระบบตามมาครับ

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Fri 22 May, 2026
อ่านต่อ

     คำตอบสั้นๆ คือ "ใส่ได้ แต่ไม่แนะนำ" ครับ แม้ในทางเทคนิคขนาดยางจะเท่ากันและใส่ล้อเดิมได้พอดี แต่ยางรถยนต์ทั่วไปไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับคุณลักษณะเฉพาะของรถไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว ดังนี้ครับ

 

1. ยางจะสึกหรอไวผิดปกติ (น้ำหนักตัวรถ)

รถ EV มีแบตเตอรี่ที่หนักมาก ทำให้ตัวรถหนักกว่ารถน้ำมันในขนาดเดียวกันประมาณ 20-30% ยางรถทั่วไปไม่ได้เสริมโครงสร้างผนังยาง (Sidewall) ให้แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักกดทับมหาศาลนี้ตลอดเวลา ส่งผลให้ดอกยางหมดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ

2. รับแรงบิดมหาศาลไม่ไหว (Instant Torque)

มอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุดทันทีที่เท้าแตะคันเร่ง ยาง EV เฉพาะทางจะมีการใช้คอมปาวด์ยางแบบพิเศษที่เกาะถนนได้เหนียวแน่นกว่า หากใช้ยางทั่วไป ยางจะเกิดอาการ "ปั่นฟรี" ได้ง่ายกว่าเดิม และดอกยางจะหลุดลุ่ยง่ายขึ้น

3. เสียงรบกวนในห้องโดยสาร

เนื่องจากรถ EV ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ เสียงที่ดังที่สุดที่คุณจะได้ยินคือ "เสียงยางบดถนน" ครับ

  • ยางทั่วไป: มักไม่มีโฟมซับเสียงภายใน ทำให้เสียงหอนจากถนนดังเข้ามาในรถจนน่ารำคาญ
  • ยาง EV: มักจะมีเทคโนโลยีซับเสียง (เช่น SoundComfort หรือ Acoustic Tech) ช่วยให้การขับขี่เงียบสมบูรณ์แบบ

4. ระยะทางวิ่งลดลง (Rolling Resistance)

ยาง EV ถูกออกแบบมาให้มี แรงต้านการหมุนต่ำ เพื่อช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ หากเปลี่ยนไปใช้ยางปกติที่แรงต้านสูงกว่า คุณอาจพบว่าระยะทางที่รถวิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (Range) ลดลงประมาณ 5-10% เลยทีเดียวครับ


ตารางเปรียบเทียบความต่าง

คุณสมบัติ

ยางรถยนต์ทั่วไป

ยางสำหรับรถ EV

โครงสร้าง

มาตรฐาน

เสริมความแข็งแรงพิเศษ (High Load)

การเก็บเสียง

ปกติ

มีโฟมหรือดอกยางซับเสียงเงียบพิเศษ

ความทนทาน

สึกหรอเร็วเมื่อรับโหลดหนัก

ทนทานต่อแรงบิดสูงและน้ำหนักมาก

แรงต้านการหมุน

ปานกลาง-สูง

ต่ำมาก (เพื่อช่วยประหยัดแบตฯ)

สรุป: หากคุณต้องเปลี่ยนยาง แนะนำให้มองหายางที่มีสัญลักษณ์ "EV" หรือ "HL" (High Load Capacity) บนแก้มยาง จะคุ้มค่ากว่าในระยะยาวทั้งเรื่องความปลอดภัยและความทนทานครับ

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 06 May, 2026
อ่านต่อ

     ข่าวดีสำหรับคนเดินทางกลับอีสานช่วงสงกรานต์ 2569 เมื่อ กรมทางหลวง เตรียมเปิดทดลองใช้ มอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา แบบวิ่งฟรีตลอดสาย ระยะทางรวม 196 กิโลเมตร เพื่อช่วยระบายรถจากถนนมิตรภาพและลดปัญหาการจราจรหนาแน่นในช่วงวันหยุดยาว

 

M6 เปิดวิ่งฟรีวันไหนบ้าง

กรมทางหลวงจะเปิดให้ทดลองใช้มอเตอร์เวย์ M6 ฟรี ระหว่างวันที่ 10-19 เมษายน 2569 โดยแบ่งรูปแบบการเดินรถในช่วง บางปะอิน-ปากช่อง เป็นแบบทางเดียวตามช่วงเวลา ดังนี้

 

ขาออก มุ่งหน้านครราชสีมา

เปิดตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 13 เมษายน เวลา 24.00 น.

 

จุดขึ้นลงที่เปิดใช้งาน ได้แก่ ด่านบางปะอิน, ด่านหินกอง, ด่านสระบุรี, ด่านแก่งคอย, ด่านปากช่อง และเปิดให้ลงที่ ด่านมวกเหล็ก เป็นครั้งแรกเพื่อช่วยระบายรถออกสู่ถนนมิตรภาพ

 

ขาเข้า มุ่งหน้ากรุงเทพฯ

เปิดตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน เวลา 06.00 น. ถึงวันที่ 19 เมษายน เวลา 24.00 น.

 

จุดขึ้นลงที่เปิดใช้งาน ได้แก่ ด่านปากช่อง, ด่านแก่งคอย, ด่านสระบุรี, ด่านหินกอง และด่านบางปะอิน เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ถนนพหลโยธินและวงแหวนกาญจนาภิเษก ยกเว้น วันที่ 14 เมษายน ช่วงเวลา 00.00-06.00 น. จะมีการปิดเส้นทางบางปะอิน-ปากช่องชั่วคราว เพื่อสลับทิศทางการเดินรถ

 

ช่วงปากช่อง-นครราชสีมา วิ่งได้ 2 ทิศทางตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับช่วง ปากช่อง-นครราชสีมา จะเปิดให้รถวิ่งได้ตามปกติทั้งขาเข้าและขาออกตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้การเดินทางในช่วงปลายทางมีความสะดวกมากขึ้น

 

5 เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนขึ้นมอเตอร์เวย์ M6

อนุญาตเฉพาะรถ 4 ล้อ: รถเก๋ง รถกระบะ และรถยนต์ 4 ล้อทั่วไปเท่านั้น รถบรรทุกและรถจักรยานยนต์ห้ามใช้เส้นทาง

จำกัดความเร็ว 80 กม./ชม.: เนื่องจากยังเป็นช่วงทดลองใช้เพื่อความปลอดภัย

ยังไม่มีปั๊มน้ำมันและจุดชาร์จ EV: รถน้ำมันควรเติมน้ำมันให้พร้อม ส่วนรถไฟฟ้าควรเช็กแบตก่อนเดินทาง

ไม่มีร้านค้าระหว่างทาง: ควรเตรียมน้ำดื่มและของจำเป็นติดรถไว้ล่วงหน้า

มีห้องน้ำชั่วคราว 17 จุด: ให้บริการตามด่านเก็บค่าผ่านทางและจุดพักรถทับกวาง-สีคิ้ว

มอเตอร์เวย์ M6 ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางสำคัญที่ช่วยแบ่งเบาการจราจรในช่วงสงกรานต์ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปภาคอีสานหรือขากลับเข้ากรุงเทพฯ หากวางแผนเวลาและเลือกจุดขึ้นลงให้เหมาะ ก็มีโอกาสช่วยลดเวลาการเดินทางได้ไม่น้อย

 

     ใครมีแผนใช้เส้นทางนี้ อย่าลืมเช็กความพร้อมของรถ เติมพลังงานให้เพียงพอ และศึกษารูปแบบการเปิดเดินรถล่วงหน้า เพื่อให้การเดินทางช่วงหยุดยาวราบรื่นมากที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Thu 26 Mar, 2026
อ่านต่อ

     เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม 2568 หน่วยงานด้านคมนาคมขนส่งทั้งการทางพิเศษฯ และผู้ให้บริการรถไฟฟ้า ได้จัดของขวัญพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว

 

เรารวบรวมข้อมูลเส้นทางที่เปิดให้ใช้บริการฟรี ใน 5 ธันวาคม 2568 มาฝากเพื่อวางแผนการเดินทางกัน

 

ทางด่วนฟรี 3 สาย วันที่ 5 ธันวาคม 2568

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด (NECL) ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษจำนวน 3 สายทาง รวมทั้งสิ้น 60 ด่าน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและแก้ปัญหาจราจรหน้าด่าน เริ่มตั้งแต่เวลา 00.01 น. ถึง 24.00 น. ของวันที่ 5 ธันวาคม 2568

  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) จำนวน 19 ด่าน
  • ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) จำนวน 31 ด่าน
  • ทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด) จำนวน 10 ด่าน

หมายเหตุ: สำหรับทางด่วนสายอื่นๆ และมอเตอร์เวย์ ยังคงเก็บค่าผ่านทางตามปกติ กรุณาตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง

 

บริการอื่นๆ ที่สามารถใช้ได้ฟรี

นอกจากทางด่วนฟรีแล้วใครที่ไม่มีรถอยากชวนพ่อไปเที่ยวก็สามามารถใช้บริการรถไฟฟ้าได้โดยมีดังนี้

 

รถไฟฟ้า BTS

รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) จัดกิจกรรมพิเศษให้คุณพ่อเดินทางฟรีตลอดสาย ครอบคลุมทุกเส้นทางและส่วนต่อขยาย

 

เส้นทางที่ให้บริการ:

  • รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว (สุขุมวิท และ สีลม)
  • รถไฟฟ้าสายสีทอง
  • รถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)
  • รถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี)

เงื่อนไข:

  • คุณพ่อและลูกจะต้องขึ้น-ลงสถานีเดียวกัน
  • ติดต่อขอรับคูปองโดยสารฟรีได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี
  • ยกเว้นค่าโดยสารเฉพาะคุณพ่อ ส่วนลูกชำระค่าโดยสารตามปกติ

รถไฟฟ้า MRT

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ BEM ร่วมฉลองวันพ่อแห่งชาติ ให้คุณพ่อโดยสารรถไฟฟ้า MRT ฟรี ทั้ง 2 สาย

เส้นทางที่ให้บริการ

  • รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน)
  • รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง)

เงื่อนไข:

  • คุณพ่อแสดงตัวพร้อมลูกที่ห้องออกบัตรโดยสารประจำสถานี
  • รับคูปองโดยสารฟรี (สำหรับคุณพ่อ)
  • ไม่จำกัดระยะทาง ตลอดระยะเวลาการให้บริการ

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดโอกาสให้คุณพ่อขึ้นรถไฟฟ้าฟรีเช่นกัน เพื่อเดินทางเชื่อมต่อระหว่างชานเมืองเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยวิธีรับสิทธิ์ให้ติดต่อขอรับบัตรโดยสารฟรีได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วทุกสถานี โดยต้องแสดงตัวพร้อมกับลูก

 

แม้จะมีการยกเว้นค่าผ่านทางและค่าโดยสาร แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการและวันสำคัญ อาจมีปริมาณรถหนาแน่นในเส้นทางท่องเที่ยว หรือย่านร้านอาหารชื่อดัง แนะนำให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบสภาพการจราจรผ่านแอปพลิเคชันนำทางก่อนออกเดินทาง และตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อมใช้งาน เพื่อความปลอดภัยและความสุขตลอดทริปวันพ่อกันนะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 03 Dec, 2025
อ่านต่อ

     แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) จะมีมาตรฐานการป้องกันความเสียหายของแบตเตอรี่จากน้ำและฝุ่น (เช่น IP67, IP68 และอื่นๆ) แต่ปัจจุบันกลับมีข่าวรถยนต์ไฟฟ้าได้รับความเสียหายหลังลุยน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง บางกรณีแค่จอดแช่น้ำท่วมขังเฉยๆ ก็ถึงขั้นพังได้แล้ว ก่อให้เกิดคำถามว่าแท้จริงแล้วนั้น รถยนต์ไฟฟ้าสามารถลุยน้ำได้หรือไม่? บทความนี้ เราจะพาไปหาคำตอบกัน

 

รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ลุยน้ำได้หรือไม่?

     เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นคลิปต่างประเทศ ที่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถขับลุยน้ำลึกได้อย่างไร้ปัญหา ขณะที่รถยนต์สันดาปกลับจอดตายกันเป็นแถว แต่เมื่อตัดภาพมาที่บ้านเรากลับพบว่ารถยนต์ไฟฟ้าหลายคันเจอปัญหาไม่สามารถใช้งานได้หลังจากขับรถลุยน้ำมา หรือเพียงแค่จอดรถตากฝนไว้หน้าบ้านก็สร้างความเสียหายได้แล้ว

     โดยปกติแล้วรถยนต์สันดาปไม่ว่าจะเบนซินหรือดีเซล จำเป็นต้องใช้อากาศในการเผาไหม้ หากว่ามีน้ำเล็ดลอดเข้าไปยังห้องเผาไหม้แล้วล่ะก็ จะทำให้ระบบเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้รับความเสียหาย เครื่องยนต์ดับกลางอากาศ และอาจร้ายแรงถึงขั้นก้านสูบคดหรือหัก ซึ่งหลายกรณีพบว่ามีค่าใช้จ่ายสูงไม่คุ้มค่ากับการซ่อม จนถึงขั้นแนะนำให้เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ไปเลยจะดีกว่า

     ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าไม่มีระบบเผาไหม้เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงสามารถขับรถลุยน้ำได้โดยไม่ทำให้รถดับ อย่างไรก็ดี การขับรถยนต์ไฟฟ้าลุยน้ำถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ปลอดภัย และไม่แนะนำให้ปฏิบัติเว้นแต่มีความจำเป็นจริงๆ เพราะแม้ว่าชิ้นส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะแบตเตอรี่จะถูกซีลเป็นอย่างดี และผ่านมาตรฐานการกันน้ำอันเข้มงวด แต่การใช้งานจริงอาจแตกต่างจากการทดลองในห้องแล็บ เพราะรถยนต์ไฟฟ้ายังมีชิ้นส่วนและเซ็นเซอร์อีกมากที่อาจได้รับความเสียหายในระยะยาวได้ จึงไม่ควรขับรถไฟฟ้าลุยน้ำหากไม่จำเป็น

     ทั้งยังเป็นที่น่าสังเกตว่ารถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน มักพับปัญหาได้มากกว่ารถยนต์ไฟฟ้าจากฝั่งอเมริกันและยุโรป จริงอยู่ที่ยอดขายรถ EV จีนสูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าชาติอื่นๆ หลายเท่าตัวนัก แต่ก็สร้างความน่ากังวลไม่น้อยว่าแท้จริงแล้วรถยนต์ไฟฟ้าจีนเหล่านี้ ได้รับการทดสอบอย่างครอบคลุมดีพอสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศแตกต่างไปจากประเทศบ้านเกิดอย่างประเทศไทยแล้วหรือยัง?

 

     หากกล่าวโดยสรุปแล้วรถยนต์ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์สันดาป ไม่แนะนำให้ขับลุยน้ำเว้นแต่มีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้น โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มักจะเต็มไปด้วยจุดเชื่อมต่อและเซ็นเซอร์จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Sat 30 Aug, 2025
อ่านต่อ

     ทุกวันนี้รถยนต์ที่คุณใช้งานไม่ว่าจะเป็นรถปกติ, รถไฮบริต และ รถไฟฟ้า จะต้องมีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำที่คุณต้องดูน้ำพักหม้อน้ำเพื่อดูว่าระดับยังปกติไหม และถ้าใช้งานอยู่ดีๆ น้ำลดลงไปการหามาเติมด้วยความที่มีหลายแบบหลายสีไปหมด คุณอาจจะเผลอเอาน้ำสีอื่นมาเติมหวังว่าจะผสมเพื่อเกินสีใหม่ แต่รู้หรือไม่สิ่งเหล่านี้ที่ทำอาจจะทำให้รถของคุณพังเร็ว วันนี้ เราจะมาเฉลยว่าน้ำหม้อน้ำแต่ละสีทำอะไร และบอกว่าถ้าเติมผิดจะเกิดอะไรขึ้นรวมถึงการเติมให้ถูกต้องทำอย่างไร

สีของน้ำยาหล่อเย็น บอกอะไรเรา?

ในอดีต สีของน้ำยาหล่อเย็นเคยใช้เป็นตัวบ่งชี้เทคโนโลยีและสารเคมีที่ใช้ แต่ในปัจจุบัน สีไม่ใช่มาตรฐานสากลอีกต่อไป ผู้ผลิตแต่ละรายอาจใช้สีที่แตกต่างกันไปในเทคโนโลยีเดียวกันได้ อย่างไรก็ตาม เรายังสามารถใช้สีเป็นแนวทางเบื้องต้นในการแบ่งกลุ่มเทคโนโลยีหลักๆ ได้ดังนี้

  • สีเขียว (Green): เป็นสีของน้ำยาหล่อเย็นยุคดั้งเดิม มักใช้เทคโนโลยี IAT (Inorganic Additive Technology) ซึ่งมีส่วนผสมของสารอนินทรีย์ เช่น ซิลิเกต (Silicate) และฟอสเฟต (Phosphate) ในการเคลือบเพื่อป้องกันการกัดกร่อน มีอายุการใช้งานสั้นที่สุด คือประมาณ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร เหมาะสำหรับรถยนต์รุ่นเก่าๆ
  • สีชมพู หรือ สีแดง (Pink / Red): เป็นสีที่นิยมใช้ในน้ำยาหล่อเย็นยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี OAT (Organic Acid Technology) ซึ่งใช้กรดอินทรีย์เป็นสารยับยั้งการกัดกร่อน ไม่มีส่วนผสมของซิลิเกตและฟอสเฟต ทำให้มีอายุการใช้งานยาวนานมาก (Long Life Coolant) ตั้งแต่ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตรขึ้นไป มักพบในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ จากค่ายญี่ปุ่น (เช่น Toyota, Honda) และค่ายอเมริกัน (GM)
  • สีฟ้า สีส้ม หรือ สีเหลือง (Blue / Orange / Yellow): มักเป็นกลุ่มเทคโนโลยี HOAT (Hybrid Organic Acid Technology) ซึ่งเป็นการผสมผสานข้อดีของแบบ IAT และ OAT เข้าด้วยกัน โดยใช้กรดอินทรีย์ร่วมกับสารอนินทรีย์ (เช่น ซิลิเกต) เพื่อให้การป้องกันที่รวดเร็วและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน มักใช้ในรถยนต์ค่ายยุโรป (เช่น BMW, Mercedes-Benz) และค่ายอเมริกันบางรุ่น (เช่น Ford, Chrysler)

เติมน้ำหม้อผิดสีจะเกิดอะไรขึ้น

หากรู้เรื่องน้ำหม้อน้ำแล้ว แต่ยังฝืนที่จะเต็มผิด เช่นเทคโนโลยีต่างกัน (เช่น เอาสีเขียว IAT ไปผสมกับสีชมพู OAT) สารเคมีที่อยู่ในน้ำยาทั้งสองชนิดจะทำปฏิกิริยาต่อต้านกันเอง ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์เลวร้ายดังนี้

กลายเป็นวุ้นหรือเจล

เรื่่องแรกคือปัญหาที่พบบ่อยที่สุด สารยับยั้งการกัดกร่อนที่ไม่เข้ากันจะทำปฏิกิริยากันและจับตัวเป็นก้อนหนาคล้ายวุ้นหรือเจลเหนียวๆ

เกิดการอุดตัน

หากเติมผิดมักจะมีสิ่งที่สังเกตได้คือ การเกิด วุ้น เจล หรือตะกอนที่เกิดขึ้น จะลอยไปอุดตันตามส่วนต่างๆ ของระบบระบายความร้อน โดยเฉพาะในช่องทางที่แคบ เช่น รังผึ้งหม้อน้ำ (Radiator Core), ท่อทางเดินน้ำ และ ฮีทเตอร์คอร์ (Heater Core) ที่ใช้ทำความร้อนในห้องโดยสาร

ประสิทธิภาพการระบายความร้อนลดลงอย่างรุนแรง

เมื่อระบบอุดตัน น้ำยาหล่อเย็นจะไม่สามารถไหลเวียนเพื่อนำความร้อนออกจากเครื่องยนต์ได้สะดวก ทำให้ เครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheating) ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

สูญเสียคุณสมบัติป้องกันสนิม

ปฏิกิริยาเคมีจะทำให้สารป้องกันการกัดกร่อนในน้ำยาทั้งสองชนิดเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ชิ้นส่วนโลหะภายในเครื่องยนต์และหม้อน้ำที่สัมผัสกับน้ำโดยตรง เกิดสนิมและการกัดกร่อนได้ง่ายขึ้น

ชิ้นส่วนสำคัญเสียหาย

  • ปั๊มน้ำ ตะกอนแข็งที่เกิดขึ้นอาจไปทำลายซีลของปั๊มน้ำ ทำให้เกิดการรั่วซึมและปั๊มน้ำพังได้
  • เครื่องยนต์ หากปล่อยให้เครื่องยนต์ร้อนจัดเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง เช่น ปะเก็นฝาสูบแตก หรือฝาสูบโก่ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูงมาก

ดังนั้นหากเติมผิดถ้ารถยังไม่ติดเครื่องควรถ่ายออก แต่ถ้าเติมออกจากอู่และไม่ได้เช็ค ก่อนออกจากอู่ควรหยุดรถเช็คก่อนว่าน้ำหม้อน้ำผิดปกติหรือไม่ แนะนำให้ถ่ายภาพก่อนที่จะเปลี่ยนสีของน้ำหม้อน้ำเดิมไว้ก่อนดีกว่า

การเติมน้ำหม้อน้ำให้ถูกต้องทำอย่างไร

หากรถของคุณยังอยู่ในระยะประกันหรือสายเข้าศูนย์ตลอดเวลาเรื่องนี้อาจจะไม่ต้องคิดอะไร แต่ถ้าคนที่ไม่อยากเข้าศูนย์เพราะประหยัดเงิน จะต้องทำสิ่งต่างๆ ดังนี้

  • เปิดคู่มือประจำรถ ถือเป็นวิธีที่ดีและแม่นยำที่สุด ในคู่มือจะระบุชนิดหรือมาตรฐาน (Specification) ของน้ำยาหล่อเย็นที่ผู้ผลิตรถยนต์แนะนำไว้อย่างชัดเจน เช่น "Use Toyota Super Long Life Coolant" หรือ "Meets GM Dex-Cool specifications"
  • ดูที่ฉลากผลิตภัณฑ์ เมื่อไปเลือกซื้อ อย่าดูแค่สี! ให้อ่านฉลากข้างขวดอย่างละเอียด มองหาว่าน้ำยาหล่อเย็นนั้นเป็นประเภท IAT, OAT หรือ HOAT และผ่านการรับรองมาตรฐานสำหรับรถยนต์ยี่ห้อใดบ้าง
  • ใช้ของเดิมเป็นเกณฑ์ หากไม่แน่ใจ และน้ำยาหล่อเย็นในรถยังเป็นของเดิมจากโรงงาน ให้ใช้สีเดิมเป็นแนวทางเบื้องต้น แล้วหาซื้อน้ำยาหล่อเย็นที่มี "เทคโนโลยี" เดียวกัน (ซึ่งมักจะเป็นสีเดียวกันสำหรับยี่ห้อนั้นๆ)
  • ปรึกษาศูนย์บริการหรือช่างผู้ชำนาญ หากยังไม่มั่นใจ การสอบถามจากศูนย์บริการของรถยนต์ยี่ห้อนั้นๆ หรืออู่ซ่อมรถที่ไว้ใจได้ คือทางออกที่ปลอดภัยที่สุด

โดยสรุปแล้วการเลือกน้ำยาหล่อเย็นที่ถูกต้อง ควรให้ความสำคัญกับ "เทคโนโลยี (IAT, OAT, HOAT)" และ "มาตรฐานที่ผู้ผลิตรถยนต์แนะนำ" เป็นหลัก โดยใช้สีเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น การดูแลรักษาระบบหล่อเย็นอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ ป้องกันปัญหารถความร้อนขึ้น และช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 13 Aug, 2025
อ่านต่อ
แสดง รายการ
ร้านค้าออนไลน์ และ ขายของออนไลน์ โดย © 2006-2026 Vevo Systems Co., Ltd.