×
ผลการค้นหา :
แสดง รายการ

     การปล่อยให้ไฟเตือนระดับน้ำมันโชว์บ่อยๆ อาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด บทความนี้ เราจึงขอแนะนำ 3 เหตุผลว่าทำไมต้องเติมน้ำมันก่อนที่ไฟเตือนจะโชว์ มีอะไรบ้างไปดูกัน

 

เหตุผลที่ 1 ป้องกันปั๊มติ๊กเสียหาย

ปั๊มติ๊ก หรือ ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง มีหน้าที่ดูดน้ำมันจากถังไปยังเครื่องยนต์ เมื่อระดับน้ำมันต่ำ ปั๊มติ๊กจะทำงานหนักขึ้น เนื่องจากต้องทำงานในสภาพที่แห้งแล้ง ซึ่งอาจทำให้ปั๊มติ๊กร้อนจัดและเสียหายได้ง่ายขึ้น การเติมน้ำมันให้เพียงพอจะช่วยให้ปั๊มติ๊กทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น

 

เหตุผลที่ 2 ป้องกันการเกิดฟองอากาศ

เมื่อระดับน้ำมันในถังต่ำลง อาจเกิดฟองอากาศขึ้นในระบบท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ฟองอากาศเหล่านี้อาจทำให้หัวฉีดน้ำมันได้รับความเสียหาย ทำให้เครื่องยนต์ทำงานไม่สมบูรณ์ เกิดอาการสั่น และอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ในระยะยาว

 

เหตุผลที่ 3 ป้องกันรถดับระหว่างทาง

การรอจนกระทั่งไฟเตือนน้ำมันโชว์แล้วค่อยเติมน้ำมัน อาจทำให้รถของคุณดับกลางทางได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการเดินทางไกล การเติมน้ำมันก่อนที่น้ำมันจะหมดจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ารถของคุณจะสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย

 

     ด้วยเหตุผลเหล่านี้ คุณจึงควรเติมน้ำมันก่อนที่ไฟเตือนจะโชว์ขึ้นหน้าปัด จะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับระบบเชื้อเพลิงได้นั่นเองครับ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 14 Jan, 2026
อ่านต่อ

     การติดตั้งน้ำหอมปรับอากาศในรถยนต์เป็นเรื่องที่หลายคนนิยมทำเพื่อให้ภายในรถมีกลิ่นหอมสดชื่น แต่หากใช้ไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพและตัวรถได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจติดตั้งน้ำหอมปรับอากาศ ควรพิจารณาข้อควรระวังดังต่อไปนี้

 

1. สารเคมีที่เป็นอันตราย

น้ำหอมปรับอากาศส่วนใหญ่มีส่วนผสมของสารเคมี เช่น พิมเสน การบูร และสารสังเคราะห์อื่นๆ ซึ่งสารเคมีเหล่านี้เมื่อระเหยออกมาในอากาศและเราสูดดมเข้าไปในปริมาณมาก อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ และในระยะยาวอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ เช่น โรคหอบหืด หรือแม้แต่โรคมะเร็ง

 

2. อุดตันระบบแอร์

สารเคมีจากน้ำหอมปรับอากาศ เมื่อระเหยออกมาจะไปเกาะติดตามแผ่นกรองแอร์ ทำให้เกิดการอุดตัน และลดประสิทธิภาพในการทำงานของระบบปรับอากาศ ส่งผลให้แอร์ไม่เย็น แอร์มีกลิ่นอับ และอาจทำให้ระบบแอร์เสียหายได้ในระยะยาว

 

3. เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

กลิ่นหอมที่รุนแรงจากน้ำหอมปรับอากาศ อาจทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกเวียนหัว มึนงง หรือหลับใน ซึ่งเป็นอันตรายต่อการขับขี่และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

 

     ดังนั้น หากคิดที่จะติดตั้งน้ำหอมปรับอากาศภายในรถ ควรเลือกใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นอ่อนๆ เพื่อไม่ให้ระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ลดอาการมึนหัว และควรทำความสะอาดระบบแอร์เป็นประจำ เพื่อขจัดคราบสกปรกและสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ในระบบแอร์

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 14 Jan, 2026
อ่านต่อ

     รถเกียร์อัตโนมัติช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่เมื่อเทียบกับเกียร์ธรรมดา แต่หากใช้งานไม่ถูกวิธีอาจส่งผลให้ระบบเกียร์เกิดความเสียหายได้ บทความนี้ เราจะพาไปรู้จัก 5 พฤติกรรมต้องห้ามของรถเกียร์ออโต้ จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

 

1. เร่งรอบสูงก่อนเข้าเกียร์ D

การพยายามออกตัวกระชากด้วยการเร่งรอบเครื่องยนต์สูงแล้วจึงเข้าเกียร์ D จะส่งผลต่ออายุการใช้งานของเกียร์ออโต้อย่างมาก เพราะจะทำให้ชุดเกียร์และอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบส่งกำลังเกิดการกระแทกอย่างรุนแรง ทำให้ชิ้นส่วนเสื่อมสภาพไว

2. คิกดาวน์บ่อยทำเกียร์พังไว

การคิกดาวน์บ่อยๆ หรือการเหยียบคันเร่งอย่างรวดเร็ว เพื่อเร่งแซง หรือเพิ่มความเร็วของรถ ชุดเกียร์จะต้องคอยรับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นอย่างทันทีทันใด หากทำบ่อยๆ จะส่งผลเสียต่อชุดเกียร์ในระยะยาว

3. เข้าเกียร์ N ปล่อยไหล

การเข้าเกียร์ว่าง (N) ก่อนที่รถจะหยุดนิ่งสนิท จะทำให้ปั๊มน้ำมันเกียร์หยุดทำงาน ทำให้การหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ ในชุดเกียร์ลดลง เกิดความร้อนสะสม และอาจทำให้เกียร์สึกหรอได้

4. เปลี่ยนเกียร์เดินหน้า-ถอยหลังขณะยังหยุดไม่สนิท

การเคลื่อนรถไปข้างหน้าหรือข้างหลังในขณะที่รถยังจอดไม่นิ่ง จะทำให้ชุดเกียร์ต้องทำงานหนัก และอาจเกิดแรงกระแทกที่ส่งผลเสียต่อชิ้นส่วนภายในได้ จึงควรหยุดรถสนิทก่อนสลับจากเกียร์เดินหน้า - ถอยหลัง

5. ลากรถล้อหมุน

การลากรถเกียร์อัตโนมัติ จำเป็นต้องยกล้อขับเคลื่อนขึ้นไม่ให้มีการหมุน เช่น หากเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ต้องยกล้อหน้าขึ้นเหนือพื้น ปล่อยหมุนได้เฉพาะล้อคู่หลังเท่านั้น เนื่องจากการลากรถส่วนมากมักไม่ติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ จะทำให้ปั๊มน้ำมันเกียร์ไม่ทำงาน ส่งผลให้ชุดเฟืองภายในห้องเกียร์เกิดการเสียดสีรุนแรง และทำให้ความร้อนสูง ซึ่งหากลากเป็นระยะทางยาวๆ รับรองเกียร์กลับบ้านเก่าแน่นอน

     การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทั้ง 5 ข้อข้างต้น จะช่วยให้เกียร์ออโต้ของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น นอกจากนี้ การบำรุงรักษาตามระยะทางที่กำหนด เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยเช่นกัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 14 Jan, 2026
อ่านต่อ

     การเปิดไฟเลี้ยวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสื่อสารกับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าเรากำลังจะเปลี่ยนเลน เปลี่ยนทิศทาง หรือจอดรถ การเปิดไฟเลี้ยวอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมาก

 

วิธีการเปิดไฟเลี้ยวที่ถูกต้อง

  • เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า - ก่อนที่จะเปลี่ยนเลน เปลี่ยนทิศทาง หรือจอดรถ ควรเปิดไฟเลี้ยวก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 30 เมตร เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ มีเวลาเตรียมตัวและปรับเปลี่ยนทิศทางการขับขี่
  • เลือกทิศทางที่ถูกต้อง - ก่อนเปิดไฟเลี้ยว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้เลือกทิศทางที่ต้องการเปลี่ยนแล้ว หากต้องการเลี้ยวซ้าย ให้เปิดไฟเลี้ยวซ้าย หากต้องการเลี้ยวขวา ให้เปิดไฟเลี้ยวขวา
  • เปิดไฟเลี้ยวค้างไว้จนกว่าจะเปลี่ยนเลนเสร็จ - อย่าเพิ่งปิดไฟเลี้ยวทันทีหลังจากเริ่มเปลี่ยนเลน ควรเปิดไฟเลี้ยวค้างไว้จนกว่าจะเปลี่ยนเลนเสร็จสมบูรณ์
  • ปิดไฟเลี้ยวหลังจากเปลี่ยนเลนเสร็จ - เมื่อเปลี่ยนเลนเสร็จแล้ว ควรปิดไฟเลี้ยวทันที เพื่อป้องกันความสับสนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ

ทำไมต้องเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้ง

  • แจ้งให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นทราบ - การเปิดไฟเลี้ยวจะช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ทราบถึงเจตนาในการขับขี่ของคุณ ทำให้สามารถวางแผนการขับขี่ล่วงหน้าได้
  • ป้องกันอุบัติเหตุ - การเปิดไฟเลี้ยวจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการชนท้าย หรือการเปลี่ยนเลนกระทันหัน
  • แสดงความสุภาพ - การเปิดไฟเลี้ยวแสดงถึงความสุภาพและความเป็นระเบียบในการขับขี่

สถานการณ์ใดบ้างที่ควรเปิดไฟเลี้ยว

  • ก่อนเปลี่ยนเลน - ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเลนเพื่อแซง หรือเพื่อเข้าช่องจอด ควรเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าเสมอ
  • ก่อนเลี้ยว - ก่อนเลี้ยวเข้าซอย หรือเลี้ยวเข้าออกจากถนนหลัก ควรเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า
  • ก่อนจอดรถ - ก่อนจอดรถ ควรเปิดไฟเลี้ยวเพื่อแจ้งให้รถคันหลังทราบว่าคุณกำลังจะจอด
  • ก่อนเปลี่ยนทิศทาง - ก่อนจะกลับรถ หรือเลี้ยวรถ ควรเปิดไฟเลี้ยวให้ชัดเจน

     การเปิดไฟเลี้ยวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการขับขี่อย่างปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎจราจรและการเปิดไฟเลี้ยวอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยให้กับตัวคุณเองและผู้ร่วมทาง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 14 Jan, 2026
อ่านต่อ

     อะไหล่ในรถยนต์ 8 ชิ้นที่ต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุด ได้แก่ น้ำมันเครื่องและไส้กรอง ผ้าเบรก แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพตามการใช้งานอื่นๆ ซึ่งการเปลี่ยนตามกำหนดจะช่วยให้รถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

 

อะไหล่ในรถที่ต้องเปลี่ยนบ่อย

  • น้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง: ควรเปลี่ยนถ่ายตามระยะทางที่กำหนด (โดยทั่วไปคือทุกๆ 5,000 - 10,000 กม. หรือ 6 เดือน) เพื่อรักษาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และป้องกันการสึกหรอ
  • ผ้าเบรก: การเปลี่ยนขึ้นอยู่กับความหนาของผ้าเบรกและการใช้งาน โดยทั่วไปควรตรวจสอบทุกๆ 20,000 กม. และอาจต้องเปลี่ยนทุก 50,000-70,000 กม. หรือไวกว่านั้น
  • แบตเตอรี่: มีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 ปี หรืออาจถึง 3 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทและการดูแลรักษา ควรตรวจสอบระดับน้ำกลั่น (สำหรับแบตฯ น้ำ) และดูแลขั้วแบตเตอรี่ให้สะอาดอยู่เสมอ
  • ไส้กรองอากาศ: มีหน้าที่กรองฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกก่อนเข้าสู่เครื่องยนต์ ควรเปลี่ยนทุกๆ 30,000 กม. หรือ 1 ปีครึ่ง (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • หัวเทียน: เป็นชิ้นส่วนสำคัญในระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์เบนซิน ควรเปลี่ยนตามระยะที่ผู้ผลิตกำหนด ซึ่งมักจะอยู่ระหว่าง 40,000 - 100,000 กม. ขึ้นอยู่กับชนิดของหัวเทียน
  • น้ำมันเกียร์และไส้กรองน้ำมันเกียร์: การเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนด (เช่น ทุก 20,000 - 40,000 กม. หรือตามคู่มือรถ) จะช่วยให้ระบบเกียร์ทำงานได้อย่างราบรื่นและยืดอายุการใช้งาน
  • ใบปัดน้ำฝน: ยางปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพได้ง่ายจากแดดและฝน ควรเปลี่ยนอย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อเริ่มปัดน้ำไม่สะอาด
  • หลอดไฟต่างๆ: ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟเบรก อาจขาดได้ตามอายุการใช้งานและการสั่นสะเทือน ควรตรวจสอบและเปลี่ยนทันทีเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 14 Jan, 2026
อ่านต่อ

     นอกจาก Yaris Cross จะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นแล้ว ล่าสุด Toyota ได้ทำการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประจำปีให้กับ Eco Car 5 ประตูยอดนิยมอย่าง Toyota Yaris Hatchback MY2026 เป็นที่เรียบร้อยครับ โดยรอบนี้เน้นไปที่การ "ยกระดับความปลอดภัย" ให้กับรุ่นเริ่มต้นและรุ่นรองท็อป เพื่อให้แข่งขันในตลาดได้ดุเดือดยิ่งขึ้น แลกกับการปรับราคาขึ้นเล็กน้อยตามออปชันที่ได้มา

เรา สรุปราคาใหม่ และเจาะลึกสิ่งที่เปลี่ยนไปใน Yaris Hatchback 2026 มาให้ชมกัน

ราคาจำหน่าย Toyota Yaris Hatchback MY2026

สำหรับการปรับโฉมครั้งนี้ มีการยกเลิกการจำหน่ายรุ่นท็อปสุดอย่าง Premium S ทำให้เหลือทางเลือกเพียง 3 รุ่นย่อยหลัก โดยมีการปรับราคาขึ้นดังนี้:

  • 1.2 Sport CVT: 584,000 บาท (ปรับขึ้น +25,000 บาท)
  • 1.2 Smart CVT: 644,000 บาท (ปรับขึ้น +25,000 บาท)
  • 1.2 Premium CVT: 689,000 บาท (ปรับขึ้น +10,000 บาท)

มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และ ฟรี! ค่าแรงเช็กระยะ ถึง 100,000 กิโลเมตร

จ่ายแพงขึ้นแล้วได้อะไรเพิ่ม?

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของ MY2026 คือการอัดแน่นระบบความปลอดภัยลงในรุ่น Sport และ Smart ซึ่งจากเดิมไม่มีมาให้ นั่นคือ ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Lane Departure Alert) แจ้งเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกเลนโดยไม่ตั้งใจ

     นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในไลน์อัปสินค้าคือ ยกเลิกสีแดง Spicy Scarlet อย่างเป็นทางการครับ

ส่องสเปกแต่ละรุ่นย่อย

1. รุ่นเริ่มต้น "1.2 Sport CVT" (584,000 บาท)

เหมาะกับคนงบจำกัดที่เน้นความคุ้มค่าและความปลอดภัยพื้นฐานที่ครบครัน

  • ภายนอก: ล้ออัลลอย 15 นิ้ว ทูโทน, ไฟหน้า LED Projector, ไฟท้าย LED Light Guiding
  • ภายใน: เบาะผ้าด้ายเทา, จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ ECO, ช่อง USB Type-C 2 ช่อง
  • ความปลอดภัย: ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง, ABS/EBD/BA, VSC/TRC/HAC และได้ระบบความปลอดภัยใหม่ (PCS & LDA) มาแล้ว!

2. รุ่นกลาง "1.2 Smart CVT" (644,000 บาท)

เพิ่มงบ 60,000 บาท ได้ความสะดวกสบายและความสวยงามเพิ่มขึ้นชัดเจน

  • ออปชันเพิ่มจาก Sport: ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ, กระจกหน้า Acoustic Glass (เงียบขึ้น), เบาะหนังสังเคราะห์ทรงสปอร์ต, จอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto, กล้องมองหลัง และระบบ Smart Entry + Push Start

3. รุ่นท็อป "1.2 Premium CVT" (689,000 บาท)

เพิ่มอีก 45,000 บาท ได้เทคโนโลยีขั้นสูงครบจบ

  • ออปชันเพิ่มจาก Smart: ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ภายในทูโทน ดำ-น้ำตาล, จอสัมผัส 9 นิ้ว, กล้องรอบคัน 360 องศา (PVM), กล้องบันทึกภาพหน้ารถ, ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSM) และเตือนขณะถอย (RCTA)

ขุมพลัง: เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร บล็อกเดิม

ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ รหัส 3NR-FKE ขนาด 1.2 ลิตร Dual VVT-iE ให้กำลังสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 109 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i รองรับน้ำมัน E20

 

     การปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็นการแก้เกมที่ดีของ Toyota โดยการใส่ระบบความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง PCS และ LDA มาให้ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ทำให้ Yaris Hatchback กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มองหารถคันแรกให้ลูกหลาน หรือคนทำงานที่ต้องการรถเล็กที่ "เซฟชีวิต" ได้จริงแน่นอน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Mon 12 Jan, 2026
อ่านต่อ
แสดง รายการ
ร้านค้าออนไลน์ และ ขายของออนไลน์ โดย © 2006-2026 Vevo Systems Co., Ltd.