×
แสดง รายการ

     การเปลี่ยนสีรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นการพ่นสีใหม่ทั้งคัน ติดสติ๊กเกอร์เปลี่ยนสี (Wrap) หรือเปลี่ยนสีเฉพาะบางชิ้นส่วน สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย เพียงแต่ต้องดำเนินการแจ้งเปลี่ยนสีต่อนายทะเบียน ณ กรมการขนส่งทางบกให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในระยะเวลาที่กำหนดครับ

 

1. กฎระเบียบและเงื่อนไขการแจ้งเปลี่ยนสีรถ

ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กำหนดไว้ว่า หากมีการเปลี่ยนสีรถให้แตกต่างไปจากที่จดทะเบียนไว้เดิม ต้องแจ้งเปลี่ยนสีต่อนายทะเบียนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนสี

  • เปลี่ยนสีมากกว่า 30% ของพื้นที่ตัวถัง: ต้องแจ้งเปลี่ยนสีต่อนายทะเบียนเสมอ (เช่น เปลี่ยนสีคาดฝากระโปรงหน้า-หลัง, ทำหลังคาคนละสีกับตัวรถ หรือ Wrap สติ๊กเกอร์ครึ่งคัน)
  • เปลี่ยนสีไม่เกิน 30%: ไม่ต้องแจ้งเปลี่ยนสี (เช่น ติดสติ๊กเกอร์กันรอยสีใส, ติดสติ๊กเกอร์คาดลายเล็กน้อย หรือทาสีตกแต่งเพียงจุดเล็กๆ)
  • รถสองสี (Two-Tone): หากรถมีมากกว่า 1 สีหลัก ต้องแจ้งระบุเป็นรถสองสี เช่น "ขาว-ดำ" หรือ "แดง-ดำ" ตามสีที่เห็นเด่นชัดบนตัวรถ

2. เอกสารที่ต้องเตรียมในการแจ้งเปลี่ยนสีรถ

  1. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียนจริง หรือสำเนาหากติดไฟแนนซ์)
  2. บัตรประจำตัวประชาชน ของเจ้าของรถ (สำเนาพร้อมลงนามรับรอง)
  3. หลักฐานการเปลี่ยนสีรถ: ใบเสร็จรับเงินค่าพ่นสี / ใบเสร็จค่าติดสติ๊กเกอร์ (Wrap) จากอู่หรือร้านค้า
  4. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีเจ้าของรถไม่ได้มาดำเนินการด้วยตัวเอง พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบ)

3. ขั้นตอนการดำเนินการ ณ กรมการขนส่งทางบก

  1. นำรถเข้าตรวจสภาพ: ขับรถคันที่เปลี่ยนสีไปยังสำนักงานขนส่ง (เขตพื้นที่ที่รถจดทะเบียน หรือสำนักงานขนส่งที่สะดวก) เพื่อนำรถเข้าช่องตรวจสภาพ
  2. ยื่นคำขอ: ยื่นเรื่องขอแจ้งเปลี่ยนสีรถตามแบบฟอร์ม (คำขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียนรถ) พร้อมแนบเอกสารและใบผ่านการตรวจสภาพ
  3. ชำระค่าธรรมเนียม:
    • ค่าคำขอ 5 บาท
    • ค่าแก้ไขรายการในทะเบียนรถ 50 บาท
    • ค่าตรวจสภาพรถ 50 บาท

(รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 105 บาท)

  1. รับเล่มทะเบียนคืน: นายทะเบียนจะบันทึกรายการเปลี่ยนสีใหม่ลงในเล่มทะเบียนรถเป็นอันเสร็จสิ้น

 

ข้อควรระวัง: หากเปลี่ยนสีรถแล้ว ไม่ดำเนินการแจ้งขนส่งภายใน 7 วัน จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 13 ประกอบมาตรา 60 มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

✅IHI TURBO 🇯🇵

✅GARRETT 🇺🇸

✅MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

✅BMTS Technology 🇩🇪

✅ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

✅คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

✅สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

✅บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

“โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 04 Nov, 2026
อ่านต่อ

     หากพบงูเข้ารถยนต์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตั้งสติ ห้ามตกใจ และอย่าเพิ่งพยายามจับด้วยตัวเอง โดยเฉพาะหากไม่ทราบว่าเป็นงูมีพิษหรือไม่ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยดังนี้ครับ

 

Step 1: สิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อพบงู (Safety First)

  1. ดับเครื่องยนต์และถอยออกมาห่างจากตัวรถ: ป้องกันไม่ให้งูตกใจตื่นกลัว แล้วเลื้อยลึกเข้าไปในซอกที่ซ่อนตัวได้ยากขึ้น หรือหลุดเข้ามาในห้องโดยสาร
  2. หากงูเข้าขณะกำลังขับรถ: ให้เปิดไฟฉุกเฉิน ค่อยๆ ประคองพวงมาลัยเข้าจอดข้างทางในที่ปลอดภัย ดับเครื่องยนต์ แล้วพาทุกคนออกจากรถทันที
  3. สังเกตและจดจำลักษณะงู: ดูขนาด สี ลวดลาย หรือลักษณะหัว (หัวสามเหลี่ยม/หัวมน) เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะช่วยให้เตรียมอุปกรณ์ได้ถูกต้อง
  4. ถ่ายรูป/คลิปวิดีโอ (จากระยะปลอดภัย): เพื่อใช้ยืนยันตำแหน่งและชนิดของงูให้ผู้เชี่ยวชาญดู

Step 2: ช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือ (ฟรี)

อย่าพยายามจับงูด้วยมือเปล่าหรือเอาไม้ไปตี เพราะอาจโดนฉีดพิษหรือฉกสวน ให้โทรแจ้งหน่วยงานที่มีความชำนาญ:

  • 199: สายด่วนสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ดับเพลิงและกู้ภัย)
  • 1669: สายด่วนกู้ชีพ / กู้ภัยในพื้นที่
  • 1677: สายด่วนร่วมด้วยช่วยกัน
  • *1137 / 1808: JS100 (จส.100) หรือ สวพ.FM91 ช่วยประสานงานกู้ภัยใกล้เคียง

Step 3: วิธีรับมือระหว่างรอเจ้าหน้าที่

  • เปิดฝากระโปรงหน้าทิ้งไว้ (หากงูซ่อนอยู่ในห้องเครื่อง): เพื่อให้อากาศถ่ายเทและเพิ่มแสงสว่าง งูบางชนิดชอบความมืดและอุ่น หากมีแสงและคนยืนเฝ้าอยู่อาจทำให้งูเคลื่อนตัวออกมาเอง
  • โรยแป้งทาตัวรอบๆ ตัวรถ: หากงูแอบอยู่ใต้ท้องรถหรือในห้องเครื่อง การโรยแป้งบนพื้นรอบๆ ล้อและใต้ท้องรถจะช่วยให้สังเกตรอยเลื้อยได้ง่ายขึ้นว่า งูเลื้อยหนีออกจากรถไปแล้วหรือยัง
  • ห้ามใช้น้ำมันก๊าด น้ำมันเบนซิน หรือยากันยุงฉีดใส่: เพราะอาจทำให้งูตกใจเลื้อยหนีหนีขดเข้าไปในซอกลึกกว่าเดิม หรืออาจทำความเสียหายต่อสายไฟและอุปกรณ์พลาสติกในห้องเครื่องยนต์
  •  

งูมักซ่อนอยู่ตรงไหนของรถ?

  • ห้องเครื่องยนต์: เป็นจุดยอดฮิตเพราะมีความอุ่นและมืด (มักซ่อนแถวซอกแบตเตอรี่, กรองอากาศ, หรือท่อไอเสีย)
  • ซุ้มล้อและใต้ท้องรถ: ซ่อนตามแชสซีหรือใต้การ์ดกันกระแทกใต้ท้อง
  • ห้องโดยสาร: เข้ามาทางช่องแอร์ (กรณีระบบหมุนเวียนอากาศภายนอกเปิดค้างไว้) หรือเลื้อยเข้าทางประตูที่เปิดทิ้งไว้ โดยมักซ่อนอยู่ใต้เบาะนั่ง หรือใต้คอนโซลหน้า

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

✅IHI TURBO 🇯🇵

✅GARRETT 🇺🇸

✅MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

✅BMTS Technology 🇩🇪

✅ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

✅คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

✅สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

✅บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

“โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 04 Nov, 2026
อ่านต่อ

     อาการง่วงนอนหรือล้าขณะขับรถเป็นสาเหตุหลักของภาวะ "ง่วงหลับใน" ซึ่งอันตรายมาก การแก้ง่วงให้ได้ผลจริงต้องผสมผสานทั้งการกระตุ้นประสาทสัมผัส การปรับสภาพแวดล้อม และการพักผ่อนอย่างถูกวิธี ดังนี้ครับ

 

1. วิธีแก้ขัดฉุกเฉิน (ทำทันทีขณะกำลังขับรถ)

  • ขยับร่างกายและกระตุ้นสายตา:
    • ขยับเคี้ยวขากรรไกร เช่น เคี้ยวหมากฝรั่ง (โดยเฉพาะรสเย็นจัด/มิ้นท์) หรือขบเคี้ยวของขบเคี้ยวที่มีความกรอบ การเคี้ยวจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองและชะลอความง่วงได้ดี
    • กลอกตาไปมา มองออกไปไกลๆ สลับกับใกล้ เพื่อลดอาการตาค้างและโฟกัสจุดเดียวนานเกินไป
  • ปรับสภาพแวดล้อมในห้องโดยสาร:
    • กดลดกระจกลงมาเล็กน้อย: เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์และลมเย็นจากภายนอกเข้ามาถ่ายเท การได้รับออกซิเจนใหม่ๆ จะช่วยลดภาวะคาร์บอนไดออกไซด์สะสมในรถที่ทำให้ง่วง
    • เร่งแอร์ให้เย็นขึ้น หรือเป่าลมเข้าหน้า: อุณหภูมิที่อุ่นสบายเกินไปจะส่งเสริมให้สมองหลั่งสารหลับ
  • ใช้น้ำเย็นหรือผ้าเย็นเช็ดหน้า: ฉีดสเปรย์น้ำแร่เย็นๆ หรือใช้ผ้าเย็นเช็ดบริเวณใบหน้า ต้นคอ และข้อพับ เพื่อให้ร่างกายตื่นตัวจากความตระหนกของอุณหภูมิที่เปลี่ยนทันที
  • ฟังเพลงจังหวะเร็ว หรือเปิดพอดแคสต์ที่ต้องใช้ความคิด: หลีกเลี่ยงเพลงเบาๆ หรือดนตรีบรรเลง ให้เปิดเพลงที่มีจังหวะสนุกสนานและร้องตาม หรือฟังรายการโต้วาที/พอดแคสต์ที่ชวนให้คิดตาม

2. วิธีแก้ง่วงที่ได้ผลดีที่สุดเมื่อถึงจุดพัก (Coffee Nap)

หากเริ่มรู้สึกว่าตาปรือ หรือจำไม่ได้ว่าขับผ่านอะไรมาในช่วง 1–2 กิโลเมตรล่าสุด นี่คือสัญญาณอันตรายสูงสุด ให้เลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันหรือจุดพักรถทันที แล้วทำตามสูตร Coffee Nap:

[ ดื่มกาแฟ / เครื่องดื่มคาเฟอีน 1 แก้ว ] ➔ [ นอนหลับทันที 15–20 นาที ] ➔ [ ตื่นขึ้นมาพร้อมความสดชื่น x2 ]

  1. ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทันที 1 แก้ว (เข้มข้นพอเหมาะ)
  2. ปรับเบาะจอดนอนทันที 15 – 20 นาที (ห้ามนอนเกิน 30 นาที)
  3. ผลลัพธ์: คาเฟอีนจะใช้เวลาเดินทางและเริ่มออกฤทธิ์กั้นสารง่วง (Adenosine) ในสมองประมาณ 20 นาทีพอดี เมื่อคุณตื่นขึ้นมา สมองจะได้รับการขจัดสารง่วงจากการนอนสั้นๆ ผสานกับพลังของคาเฟอีนที่เริ่มทำงานพอดี ทำให้สดชื่นตื่นเต็มตาได้ยาวนานอีกหลายชั่วโมง

3. สิ่งที่ไม่ควรทำ (เพราะไม่ได้ผลจริงและเสี่ยงอันตราย)

  • ฝืนขับต่อเพื่อกดให้ถึงจุดหมาย: สมองที่ล้าจะเกิดภาวะ "หลับใน" (Microsleep) เป็นเวลา 2–5 วินาทีโดยที่คุณไม่รู้ตัว ซึ่งเพียงพอให้รถวิ่งออกนอกเลนได้
  • ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังหรือกาแฟซ้ำๆ หลายขวด: การอัดคาเฟอีนเกินขนาดขณะที่ร่างกายล้าสะสม จะทำให้หัวใจเต้นเร็ว สั่น แต่สมองยังคงเบลอและตอบสนองช้าลง
  • ทานอาหารมื้อใหญ่หรือคาร์โบไฮเดรตสูงก่อนเดินทาง: จะทำให้เกิดภาวะ Food Coma (ง่วงหลังอาหาร) จากระดับน้ำตาลในเลือดที่พุ่งสูงและตกวูบลงมา

 

ข้อเตือนใจ: ไม่มีวิธีแก้ง่วงใดแทนที่ "การนอนหลับ" ได้ดีที่สุด หากรู้สึกว่าเอาไม่อยู่แล้ว การจอดพักนอนในที่ปลอดภัยคือทางเลือกเดียวที่คุ้มค่าต่อชีวิตครับ

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 04 Nov, 2026
อ่านต่อ

     การจอดรถถอยหลังเข้าซองจน "ล้อกดทับหรือดันชิดกับหมอนกั้นล้อ" (Wheel Stopper) เป็นพฤติกรรมที่ผู้ขับขี่หลายคนทำโดยไม่ตั้งใจเพราะคิดว่าช่วยให้จอดรถได้ลึกและตรงช่อง แต่ในความเป็นจริง การจอดลักษณะนี้สร้างความเสียหายสะสมให้กับระบบช่วงล่างและระบบส่งกำลังของรถยนต์อย่างมาก ด้วยสาเหตุหลักดังนี้ครับ

 

4 สาเหตุที่ไม่ควรจอดรถชิดจนล้อแตะหมอนกั้นล้อ

1. ยางรถยนต์ถูกแรงกดทับเฉพาะจุด (Tire Deformation)

  • เมื่อล้อดันติดกับหมอนกั้น น้ำหนักรถทั้งคันจะถูกถ่ายไปกดทับที่โครงสร้างของยางรถยนต์ตรงจุดที่สัมผัสเพียงจุดเดียว
  • หากจอดทิ้งไว้นานๆ โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน โครงสร้างแก้มยางและชั้นผ้าใบภายในอาจเกิดอาการ โครงสร้างยางเสียรูป (Flat Spot) หรือทำให้แก้มยางบวม ชำรุด และเสื่อมสภาพไวกว่าปกติ

2. เกิดแรงกดสะสมในระบบช่วงล่างและระบบกันสะเทือน (Suspension Stress)

  • การที่ล้อดันติดกับวัตถุแข็งตลอดเวลา ทำให้ชิ้นส่วนช่วงล่างอย่าง โช้กอัพ, สปริง, ลูกหมาก, และบูชยางต่างๆ ต้องแบกรับแรงดันค้างไว้ตลอดช่วงเวลาที่จอด
  • แรงกดสะสมนี้จะส่งผลให้บูชยางยึดปีกนกและลูกหมากเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เกิดอาการแตก รั่ว หรือเกิดเสียงดังเวลาขับขี่

3. สร้างภาระแรงเค้นให้ระบบเกียร์ (Transmission Strain)

  • ในรถยนต์เกียร์ออโต้ เมื่อจอดเข้าเกียร์ P สลักล็อกเกียร์ (Park Pawl) จะเข้าขบกับเฟืองเกียร์เพื่อไม่ให้รถเคลื่อน
  • หากล้อดันเกยอยู่กับหมอนกั้น น้ำหนักของรถจะพยายามดันกลับ ทำให้เกิดแรงงัดมหาศาลกดทับอยู่ที่ สลักล็อกเกียร์ สังเกตได้จากเวลาคุณจะเข้าเกียร์ออกจาก P เพื่อขับออก คันเกียร์จะมีอาการ ติดขัด แน่นแข็ง หรือมีเสียงดัง "กึก" รุนแรง ซึ่งอาจทำให้สลักเกียร์หักหรือชุดเกียร์เสียหายได้ในระยะยาว

4. เสี่ยงต่อความเสียหายของชายล่างและสเกิร์ต (Underbody Damage)

  • รถยนต์บางรุ่น เช่น รถเซดันทรงสปอร์ต รถโหลดเตี้ย หรือรถที่ใส่ชุดแต่งสเกิร์ตรอบคัน หมอนกั้นล้อในบางลานจอดอาจมีความสูงมากกว่ามาตรฐาน
  • หากถอยหลังจนล้อชนหมอนกั้น ชายล่างของบัมเปอร์หรือสเกิร์ตท้ายอาจจะไปครูด กระแทก หรือแตกหักกับหมอนกั้นก่อนที่ล้อจะแตะถึงด้วยซ้ำ

วิธีการจอดรถที่ถูกต้องและปลอดภัย

  1. ถอยรถจนล้อสัมผัสหมอนกั้นเบาๆ เพื่อรู้ระยะ
  2. เข้าเกียร์ N แล้วคืนคันเร่งหรือปล่อยเบรกนิดหน่อย: เพื่อให้รถคืนตัวถอยออกมาจากหมอนกั้นประมาณ 3 – 5 เซนติเมตร (ให้ล้อหลุดออกจากแรงกดทับ)
  3. เหยียบเบรก ดึงเบรกมือให้สุด แล้วค่อยเปลี่ยนเกียร์ไปที่ P: วิธีนี้จะช่วยให้น้ำหนักของรถถูกล็อกไว้ด้วยระบบเบรกมือ ไม่ใช่สลักเกียร์หรือหมอนกั้นล้อ

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

✅IHI TURBO 🇯🇵

✅GARRETT 🇺🇸

✅MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

✅BMTS Technology 🇩🇪

✅ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

✅คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

✅สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

✅บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

“โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 04 Nov, 2026
อ่านต่อ

     "ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานมาล้างรถ" แม้น้ำยาล้างจานจะช่วยขจัดคราบมันและสิ่งสกปรกได้สะอาดสะอ้าน แต่คุณสมบัติทางเคมีของมัน ทำลายสุขภาพสีรถในระยะยาว ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้ครับ
 

3 เหตุผลที่ไม่ควรใช้น้ำยาล้างจานล้างรถ

  1. ชะล้างชั้นแว็กซ์ (Wax) และสารเคลือบสีออกทั้งหมด
    • น้ำยาล้างจานถูกออกแบบมาเพื่อ ขจัดคราบไขมัน (Degreaser) อย่างรุนแรง เมื่อนำมาล้างรถ จะกัดล้างฟิล์มแว็กซ์ โพลีเมอร์ หรือสารเคลือบสีที่ทำหน้าที่ปกป้องชั้นแล็กเกอร์ออกไปจนหมด ทำให้สีรถขาดชั้นเกราะป้องกันแสงแดดและมลภาวะ
  2. ทำให้แล็กเกอร์และสีรถหมองเร็วกว่าปกติ (Sun Damage & Oxidation)
    • เมื่อชั้นเคลือบถูกชะล้างออก รังสียูวี (UV) จากแสงแดด คราบน้ำฝน และความร้อน จะสัมผัสกับชั้นสีรถโดยตรง ส่งผลให้สีรถแห้ง ด่าง ซีดจาง หรือชั้นแล็กเกอร์หลุดลอกก่อนเวลาอันควร
  3. ทำลายชิ้นส่วนยางและพลาสติก
    • ค่า pH และสารเคมีขจัดคราบในน้ำยาล้างจานมีความเป็นกรด-ด่างที่เข้มข้นกว่าแชมพูล้างรถทั่วไป ทำให้ยางขอบกระจก ยางปัดน้ำฝน และพลาสติกชุดแต่งกรอบ แตก หรือแห้งกรอบไวขึ้น

 

ข้อแตกต่างระหว่าง "น้ำยาล้างจาน" กับ "แชมพูล้างรถ"

หัวข้อ

น้ำยาล้างจาน

แชมพูล้างรถเฉพาะทาง

ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH)

มีสารขจัดคราบมันเข้มข้นสูง (กัดกร่อนแรง)

ค่า pH เป็นกลาง (pH Neutral) อ่อนโยนต่อสีรถ

การปกป้องชั้นแว็กซ์

กัดล้างแว็กซ์หลุดออกทั้งหมด

ไม่ทำลายชั้นแว็กซ์ หรือสารเคลือบเดิม

การหล่อลื่นขณะล้าง

ฟองเยอะแต่ความลื่นน้อย เสี่ยงเกิดรอยขนแมว

มีสารเพิ่มความลื่น (Lubricants) ลดการขูดขีดจากเม็ดฝุ่น

กรณีเดียวที่ "อนุโลม" ให้ใช้น้ำยาล้างจานได้

ใช้น้ำยาล้างจานได้เฉพาะตอนที่ต้องการ "ลบล้างชั้นแว็กซ์เก่าออกให้หมด" (Strip Wash) เพื่อเตรียมพื้นผิวสีรถก่อนจะทำการขัดสีเต็มระบบ หรือก่อนลงสารเคลือบแก้ว/เคลือบเซรามิกใหม่เท่านั้น


 

คำแนะนำ: สำหรับการล้างรถประจำวัน ควรเลือกใช้ แชมพูล้างรถเฉพาะทาง (Car Wash Shampoo) ที่มีค่า pH เป็นกลาง เพื่อถนอมสีรถและรักษาความเงางามให้อยู่ได้ยาวนานที่สุดครับ

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

✅IHI TURBO 🇯🇵

✅GARRETT 🇺🇸

✅MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

✅BMTS Technology 🇩🇪

✅ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

✅คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

✅สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

✅บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

“โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 04 Nov, 2026
อ่านต่อ

     ติด "กันสาดรถยนต์" ดีไหม? เจาะลึกข้อดี-ข้อเสียก่อนตัดสินใจติด

กันสาดรถยนต์ (Door Visors / Window Deflectors) หรือแผ่นพลาสติกกันสาดที่ติดตั้งอยู่เหนือขอบกระจกประตูรถ เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ตกแต่งที่หลายคนมักเลือกติดตั้งแต่ป้ายแดง มาดูกันว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้มีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ
 

ข้อดีของการติดกันสาดรถยนต์

1. แง้มกระจกจอดรถระบายความร้อนได้ดีขึ้น (ตอนจอดกลางแจ้ง)

  • เมื่อต้องจอดรถตากแดดจัดๆ การแง้มกระจกขึ้นลงสักเล็กน้อย (ประมาณ 1 เซนติเมตร) จะช่วยให้อากาศร้อนภายในห้องโดยสารระบายออกไปได้ดีขึ้น
  • ตัวกันสาดจะทำหน้าที่ บังสายตาและป้องกันไม่ให้ฝนสาดเข้าห้องโดยสาร แม้จะจอดแง้มกระจกทิ้งไว้ในช่วงที่ฝนตกปรอยๆ

2. ขับรถลุยฝนแต่ยังแง้มกระจกไล่ฝ้าได้

  • เวลาขับรถลุยฝนตกหนัก ความชื้นในรถมักทำให้กระจกเป็นฝ้า การแง้มกระจกขึ้นเล็กน้อยจะช่วยให้อากาศถ่ายเทและช่วยลดฝ้าที่กระจกได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ละอองน้ำฝนจะไม่กระเด็นเข้ามาเปียกเบาะหรือแผงประตู

3. ช่วยกันแดดและแสงสะท้อนด้านข้าง

  • แผ่นกันสาด (โดยเฉพาะแบบทึบแสงสีดำ) ช่วยบังแสงแดดจ้าที่ส่องกระทบเข้ามาทางด้านข้างศีรษะและกระจกมองข้างในช่วงเวลาเช้าหรือเย็นได้ระดับหนึ่ง

4. เพิ่มความสวยงามและมิติให้ตัวรถ

  • ช่วยให้รูปทรงด้านข้างของตัวรถดูเต็มและมีมิติสปอร์ตมากยิ่งขึ้น (ขึ้นอยู่กับดีไซน์ของรุ่นรถและรูปทรงของกันสาด)

ข้อเสียของการติดกันสาดรถยนต์

1. เกิดเสียงลมปะทะ (Wind Noise) ขณะขับรถเร็ว

  • นี่คือข้อเสียที่พบบ่อยที่สุด เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูง (โดยเฉพาะเกิน 100-120 กม./ชม.) ลมที่ปะทะกับตัวกันสาดจะทำให้เกิด เสียงหวิวหรือเสียงลมปะทะรบกวน ภายในห้องโดยสารมากกว่ารถที่ไม่ได้ติด

2. เพิ่มแรงต้านลมและมีผลต่ออัตราสิ้นเปลืองเล็กน้อย

  • เนื่องจากกันสาดเป็นชิ้นส่วนที่ยื่นออกมาจากตัวถังรถ ทำให้เกิดแรงต้านกระแสอากาศ (Aero Drag) เพิ่มขึ้น แม้จะมีผลไม่มากนัก แต่ก็ส่งผลให้เสียงลมและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการเดินทางไกล

3. ทำความสะอาดยาก บริเวณขอบยางกระจก

  • ใต้แนวกันสาดและแถบกาวสองหน้ามักเป็นจุดสะสมของคราบฝุ่น คราบน้ำ และคราบขี้ไคลเวลาล้างรถ ซึ่งเช็ดทำความสะอาดได้ยาก และหากล้างไม่เกลี้ยงอาจเกิดคราบฝังแน่น

4. ปัญหาเรื่องกาวเสื่อมสภาพ / หลุดร่วง

  • หากใช้กาวสองหน้าคุณภาพต่ำในการติดตั้ง หรือติดตั้งไม่ถูกวิธี (ไม่ได้ทำความสะอาดพื้นผิวก่อนติด) เมื่อโดนแดดเลียมากๆ กาวจะเสื่อมสภาพ ทำให้กันสาดอ้า หลุดปลิวหลุดหายระหว่างขับรถ ซึ่งอาจไปเฉี่ยวโดนตัวถังรถเป็นรอยได้

 

สรุป: ควรติดกันสาดรถยนต์หรือไม่?

  • ควรติด ถ้าคุณ: เป็นคนที่ชอบแง้มกระจกรับลมธรรมชาติขณะขับรถในเมือง, สูบบุหรี่ในรถ, หรือมักจะต้องจอดรถตากแดดกลางแจ้งแล้วอยากแง้มกระจกไล่ความร้อนโดยไม่ต้องกลัวฝนสาด

 

  • ไม่จำเป็นต้องติด ถ้าคุณ: เป็นคนชอบความเงียบสงบภายในห้องโดยสารขณะขับรถทางไกล (ไม่ชอบเสียงลมปะทะ), ชอบดีไซน์ตัวรถที่เรียบเนียนไร้รอยต่อ, หรือใช้งานรถเปิดแอร์ตลอดเวลาอยู่แล้ว

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

✅IHI TURBO 🇯🇵

✅GARRETT 🇺🇸

✅MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

✅BMTS Technology 🇩🇪

✅ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

✅คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

✅สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

✅บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

“โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 28 Oct, 2026
อ่านต่อ
แสดง รายการ
ร้านค้าออนไลน์ และ ขายของออนไลน์ โดย © 2006-2026 Vevo Systems Co., Ltd.