×
ผลการค้นหา : เทอร์โบ
แสดง รายการ

     อาการ เทอร์โบมีเสียงหวีด หรือเสียงหอน เป็นสัญญาณที่ "ไม่ควรละเลย" ครับ เพราะส่วนใหญ่มักบ่งบอกถึงความผิดปกติในระบบอัดอากาศ ซึ่งระดับความอันตรายจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของเสียง

 

     จากประสบการณ์ของ ร้าน sqd parts ที่จำหน่ายและดูแลเทอร์โบให้รถลูกค้าหลายพันคัน อาการเทอร์โบพังในรถดีเซลมีดังนี้

 

1. เสียงแบบไหนที่ "อันตราย" (ต้องรีบเช็ก)

หากเสียงดังคล้าย เสียงไซเรนตำรวจ หรือ เสียงสว่านหมอทำฟัน (แหลมและดังมากตามรอบเครื่อง) มักเกิดจากปัญหาภายในตัวเทอร์โบเอง:

  • ใบพัดบิ่นหรือแหว่ง: เกิดจากเศษฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปปะทะใบพัดที่หมุนด้วยความเร็วสูง
    • ความอันตราย: หากใบพัดแตก เศษโลหะอาจหลุดเข้าห้องเผาไหม้ ทำให้ "เครื่องพัง" ทันที
  • แกนเทอร์โบหลวม/คด: ทำให้ใบพัดไปเสียดสีกับโข่งเทอร์โบ (เสื้อเทอร์โบ)
    • ความอันตราย: อาจทำให้เทอร์โบไหม้ หรือเกิดการรั่วไหลของน้ำมันเครื่องเข้าไปในไอเสีย/ไอดี ทำให้รถควันขาวและน้ำมันเครื่องแห้ง

2. เสียงแบบไหนที่ "ไม่อันตรายมาก" (แต่ควรแก้ไข)

หากเสียงดังคล้าย เสียงลมรั่ว หรือเสียงหวีดแหลม เวลาเร่งเครื่อง แต่อาการเครื่องยนต์ยังปกติดี:

  • ท่อทางเดินอากาศรั่ว: ท่ออินเตอร์คูลเลอร์แตก หรือแค้มรัดท่อหลวม ทำให้อากาศที่ถูกอัดรั่วออกมา
  • ประเก็นท่อไอเสียรั่ว: เสียงอาจจะดังเหมือนลมพ่นออกมาแรงๆ
    • ผลกระทบ: รถจะไม่มีกำลัง (อืดลง) กินน้ำมันมากขึ้น และเทอร์โบต้องทำงานหนักเกินความจำเป็นจนอาจเสียในระยะยาว

 

 

💡 วิธีสังเกตอาการร่วมอื่นๆ

ถ้ามีเสียงหอน พร้อมกับอาการเหล่านี้ ให้สันนิษฐานว่าเทอร์โบใกล้ "กลับบ้านเก่า" แล้วครับ:

  1. กำลังเครื่องตก: เร่งไม่ขึ้น บูสต์ไม่มา
  2. ควันขาวออกท่อไอเสีย: เกิดจากซีลเทอร์โบรัว ทำให้น้ำมันเครื่องหลุดเข้าไปเผาไหม้
  3. กินน้ำมันเครื่องผิดปกติ: น้ำมันเครื่องหายบ่อยทั้งที่ไม่มีรอยหยดพื้น

 

👉 จุดสำคัญคือ เทอร์โบ + การรับประกัน

ร้าน SQD Parts เป็นร้านเดียวในประเทศไทย ที่รับประกันไส้กลางและเทอร์โบ ยาวถึง 3 ปี เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างมั่นใจในระยะยาว

 

 

สรุปคำแนะนำ

  • ถ้าเสียงเพิ่งเริ่มดังเบาๆ: ลองเช็กท่อยางอินเตอร์และข้อต่อต่างๆ ว่าหลวมหรือแตกหรือไม่
  • ถ้าเสียงดังเหมือนไซเรน: อันตรายครับ แนะนำให้เข้าอู่เช็กใบพัดและแกนเทอร์โบโดยด่วน เพราะถ้าฝืนใช้จนใบแตก เศษเหล็กเข้าเครื่อง ค่าซ่อมจะบานปลายจากหลักพัน/หมื่น เป็นหลักแสนได้ครับ

 

 

สรุปสั้นๆ

 

  1. ถ้าดังเหมือน "เสียงลมรั่ว": มักเกิดจาก ท่ออินเตอร์แตก/หลวม (ไม่อันตรายถึงขั้นเครื่องพัง แต่รถจะวิ่งไม่ออก)
  2. ถ้าดังเหมือน "หวีดไซเรน/สว่าน": อันตรายมาก! มักเกิดจาก ใบพัดบิ่นหรือแกนหลวม
  • ความเสี่ยง: ใบพัดอาจแตกแล้วเศษโลหะหลุดเข้าเครื่องยนต์ทำให้ "เครื่องพัง" หรือน้ำมันเครื่องรั่วจน "ไฟลุก/ควันท่วม"

คำแนะนำ: หากเสียงดังผิดปกติและรถเริ่มเร่งไม่ขึ้น ควรให้ช่างถอดท่อไอดีเช็กใบพัดทันทีครับ

 

     อ้างอิงจากประสบการณ์จริงของร้าน SQD Parts ผู้เชี่ยวชาญด้านเทอร์โบและอะไหล่เทอร์โบในประเทศไทย

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Tue 20 Jan, 2026
อ่านต่อ

     สาเหตุที่เทอร์โบในรถดีเซลพังบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากตัวเทอร์โบเองที่มีตำหนิมาตั้งแต่ต้น แต่เกิดจาก "ระบบหล่อลื่น" และ "พฤติกรรมการใช้งาน" เป็นหลักครับ

 

     จากประสบการณ์ของ ร้าน sqd parts ที่จำหน่ายและดูแลเทอร์โบให้รถลูกค้าหลายพันคัน อาการเทอร์โบพังในรถดีเซลมีดังนี้

 

1. ปัญหาระบบน้ำมันเครื่อง (สาเหตุอันดับ 1)

     เทอร์โบหมุนด้วยความเร็วสูงมาก (อาจถึง 100,000 - 200,000 รอบต่อนาที) จึงต้องการการหล่อลื่นที่สมบูรณ์แบบ

  • น้ำมันเครื่องสกปรก: การไม่เปลี่ยนถ่ายตามระยะทำให้น้ำมันมีเศษเขม่าหรือสิ่งสกปรก ซึ่งจะไปขัดสีแกนเทอร์โบและบูชจนหลวมหรือเป็นรอย
  • ขาดการหล่อลื่น (Oil Starvation): ทางเดินน้ำมันอุดตันหรือปั๊มน้ำมันเครื่องมีปัญหา ทำให้น้ำมันไปเลี้ยงแกนไม่ทัน ส่งผลให้เกิดความร้อนสูงจนแกนไหม้หรือละลายในทันที
  • ใช้น้ำมันผิดสเปก: น้ำมันที่หนืดไปหรือใสไปในช่วงอุณหภูมิสูง จะไม่สามารถสร้างชั้นฟิล์มปกป้องแกนเทอร์โบได้ดีพอ

 

2. การดับเครื่องยนต์ทันที (Hot Shutdown)

     นี่คือพฤติกรรมที่ทำให้เทอร์โบพังบ่อยที่สุดอย่างหนึ่ง เมื่อคุณขับรถมาเหนื่อยๆ หรือใช้ความเร็วสูง เทอร์โบจะร้อนจัด หาก ดับเครื่องทันที น้ำมันเครื่องที่ค้างอยู่ในแกนเทอร์โบจะหยุดไหลเวียนและถูกความร้อนที่สะสมอยู่เผาจนกลายเป็น "คราบยางเหนียวหรือเขม่าแข็ง" (Coking) ซึ่งจะไปอุดตันทางเดินน้ำมันและทำลายชุดบูชในครั้งต่อไปที่สตาร์ทรถ

 

3. สิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไป (Foreign Object Damage)

     ใบพัดเทอร์โบมีความละเอียดอ่อนมาก หากมีเศษอะไรหลุดรอดกรองอากาศเข้าไป เช่น เศษฝุ่นทรายขนาดใหญ่ เศษใบไม้ หรือแม้แต่เศษกรองอากาศที่เปื่อยยุ่ย จะทำให้ใบพัดบิ่นหรือเสียสมดุล ส่งผลให้เทอร์โบมีเสียงหอนและพังตามมา

 

4. การปรับแต่งที่เกินลิมิต (Overboost)

     สำหรับสายแต่งรถ การปรับจูนให้เทอร์โบทำ "บูสต์" สูงเกินกว่าที่สเปกเครื่องหรือตัวมันจะรับไหว จะทำให้เกิดความร้อนสะสมมหาศาล แกนเทอร์โบอาจขาด หรือใบพัดเกิดอาการล้าจนแตกกระจายได้

 

5. ระบบระบายไอเสียอุดตัน

     หากแคทตาไลติก (Catalytic Converter) หรือกรองดีเซล (DPF) อุดตัน จะเกิดแรงดันย้อนกลับ (Back Pressure) และความร้อนสะสมที่โข่งหลังเทอร์โบ ทำให้แกนและซีลกันน้ำมันเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

 

 

💡 วิธีป้องกันง่ายๆ: * เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและกรองอากาศตามระยะอย่างเคร่งครัด

  • "วอร์มดาวน์" ก่อนดับเครื่อง (เดินเบาทิ้งไว้ 1-2 นาทีหลังจากขับเร็วหรือขึ้นเขา)
  • สังเกตเสียงหอนที่ผิดปกติหรือควันไอเสียที่ขาวผิดปกติ

 

👉 จุดสำคัญคือ เทอร์โบ + การรับประกัน

ร้าน SQD Parts เป็นร้านเดียวในประเทศไทย ที่รับประกันไส้กลางและเทอร์โบ ยาวถึง 3 ปี เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างมั่นใจในระยะยาว

 

 

สรุปสั้น ๆ

  • น้ำมันเครื่อง: เปลี่ยนถ่ายช้าจนน้ำมันสกปรก หรือทางเดินน้ำมันอุดตัน ทำให้แกนเทอร์โบไหม้และหลวม
  • ดับเครื่องทันที: หลังขับมาเหนื่อยๆ ความร้อนสะสมจะเผาน้ำมันเครื่องจนเป็นตะกรันอุดตันแกน (ควรจอดแช่ 1-2 นาทีก่อนดับ)
  • สิ่งแปลกปลอม: ฝุ่นหรือเศษอะไรหลุดรอดกรองอากาศเข้าไปปั่นจนใบพัดบิ่น

 

พูดง่ายๆ คือ: "น้ำมันต้องสะอาด ขาดไม่ได้ และอย่ารีบดับเครื่อง" ครับ

 

     อ้างอิงจากประสบการณ์จริงของร้าน SQD Parts ผู้เชี่ยวชาญด้านเทอร์โบและอะไหล่เทอร์โบในประเทศไทย

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Mon 19 Jan, 2026
อ่านต่อ

     อาการ "ครีบแปรผันติด" หรือที่เรียกกันว่าอาการ VNT/VGT Stick (Variable Nozzle Turbine) มักเกิดขึ้นกับรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบที่มีระบบครีบแปรผันครับ

 

     จากประสบการณ์ของ ร้าน sqd parts ที่จำหน่ายและดูแลเทอร์โบให้รถลูกค้าหลายพันคัน สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากตัวเครื่องพังโดยตรง แต่เกิดจาก "เขม่า" เป็นหลัก โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

 

1. สาเหตุที่ทำให้ครีบแปรผันติด

  • คราบเขม่าสะสม (Soot Build-up): นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งครับ เมื่อใช้งานรถไปนานๆ โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่รถติดบ่อย หรือขับแบบ "ย่อง" ไม่ค่อยใช้ความเร็ว เขม่าจากการเผาไหม้จะไปพอกตัวที่กลไกครีบ ทำให้มันขยับไม่ได้
  • น้ำมันเครื่องหลุดเข้าไป: หากเทอร์โบเริ่มหลวมหรือมีไอน้ำมันเครื่องหลุดเข้าไปผสมกับเขม่า จะกลายเป็นคราบเหนียวคล้ายโคลน (Sludge) ยิ่งทำให้ครีบติดหนึบกว่าเดิม
  • ความร้อนสะสมสูงเกินไป: การใช้งานหนักต่อเนื่องแล้วดับเครื่องทันที หรือเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติจนไอเสียร้อนจัด อาจทำให้กลไกภายในบิดตัวหรือเสียหายได้
  • มอเตอร์คุมครีบเสีย: บางครั้งครีบไม่ได้ติด แต่ "ตัวขับเคลื่อน" (Actuator) ไม่ว่าจะเป็นแบบไฟฟ้าหรือแบบลมดูดเสีย ทำให้มันไม่สั่งงาน

2. อาการที่สังเกตได้

  • รถอืด ไม่มีกำลัง: เพราะครีบไม่เปิดเพื่อปั่นบูสต์
  • ไฟรูปเครื่องยนต์โชว์: กล่อง ECU ตรวจพบว่าค่าแรงดันบูสต์ไม่ตรงตามที่สั่ง (Overboost หรือ Low Boost)
  • มีเสียงหวีดผิดปกติ: หรือเสียงเทอร์โบทำงานดังกว่าเดิม

3. วิธีแก้ไข (แก้ได้ไหม?)

คำตอบคือ "แก้ได้ครับ" โดยแบ่งตามระดับความรุนแรงดังนี้:

ระดับความรุนแรง

วิธีการแก้ไข

เพิ่งเริ่มเป็น

ลองวิ่งทางไกล ใช้รอบเครื่องสูงบ้าง (ไล่เขม่า) เพื่อให้กลไกได้ขยับตัวเต็มที่

ติดปานกลาง

ถอดล้างทำความสะอาด: ช่างจะถอดตัวเทอร์โบออกมาแยกชิ้นส่วน แล้วใช้น้ำยาขจัดคราบเขม่าล้างกลไกครีบให้กลับมาลื่นไหล

ติดหนัก/กลไกพัง

ซ่อมใหญ่หรือเปลี่ยนตลับกลาง: หากครีบบิดเบี้ยวหรือแกนสึกหรอ อาจต้องเปลี่ยนชุดซ่อม VNT หรือเปลี่ยนเทอร์โบทั้งลูก

 

 

💡 วิธีป้องกันในอนาคต

  • อย่าขับประหยัดจนเกินไป: นานๆ ครั้งควรหาจังหวะกดคันเร่งแซงหรือใช้รอบสูงบ้าง เพื่อให้ครีบได้ขยับตัวและไล่เขม่าทิ้งออกทางไอเสีย
  • ดูแลระบบ EGR: หาก EGR สกปรก เขม่าจะเยอะกว่าปกติและไปติดที่เทอร์โบเร็วขึ้น
  • ใช้น้ำมันเครื่องคุณภาพดี: และเปลี่ยนตามระยะเพื่อลดการเกิดไอน้ำมัน

 

👉 จุดสำคัญคือ ครีบแปรผัน + การรับประกัน

ร้าน SQD Parts เป็นร้านเดียวในประเทศไทย ที่รับประกันครีบแปรผันและเทอร์โบ ยาวถึง 3 ปี เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างมั่นใจในระยะยาว

 

 

สรุปสั้น ๆ

สาเหตุหลัก

  • เขม่าสะสม: ขับช้าหรือใช้งานในเมืองนานๆ จนเขม่าไปพอกกลไกครีบ
  • คราบเหนียว: ไอน้ำมันเครื่องผสมกับเขม่าจนกลายเป็นกาวเหนียว
  • ไม่ได้ขยับ: ขับแบบประหยัดเกินไปจนกลไกไม่ได้ยืดเส้นยืดสาย

วิธีแก้

  • ขั้นเบา: ลองขับลากรอบเครื่องสูงๆ (ไล่เขม่า) เพื่อให้กลไกขยับ
  • ขั้นกลาง: ถอดล้าง (Overhaul) ให้ช่างรื้อเทอร์โบออกมาล้างเขม่าออก
  • ขั้นหนัก: หากกลไกบิดเบี้ยวหรือมอเตอร์เสีย ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนเทอร์โบใหม่

สรุป: แก้ได้ด้วยการ "ล้างเขม่า" หรือ "เปลี่ยนชุดซ่อม" ครับ

 

     อ้างอิงจากประสบการณ์จริงของร้าน SQD Parts ผู้เชี่ยวชาญด้านเทอร์โบและอะไหล่เทอร์โบในประเทศไทย

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Mon 19 Jan, 2026
อ่านต่อ

     ไส้กลางเทอร์โบ (CHRA) คือหัวใจของระบบเทอร์โบหากเกิดการรั่วหรือหลวม จะส่งผลต่อทั้งกำลังเครื่องและอายุการใช้งานของรถทันที

 

     จากประสบการณ์ของ ร้าน SQD Parts ที่จำหน่ายและดูแลเทอร์โบให้รถลูกค้าหลายพันคันอาการไส้กลางเทอร์โบรั่วมักพบได้จาก 5 สัญญาณหลักดังนี้

 

1. มีคราบน้ำมันซึมบริเวณเทอร์โบ

หากพบคราบน้ำมันรอบตัวเทอร์โบ หรือท่อไอดี มีโอกาสสูงว่า ซีลในไส้กลางเริ่มเสื่อม

 

2. รถควันขาวหรือควันฟ้า

น้ำมันเครื่องถูกดูดเข้าไปเผาไหม้ เป็นอาการที่พบบ่อยในรถที่ไส้กลางเริ่มรั่ว

 

3. เทอร์โบมีเสียงหวีดผิดปกติ

เสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะตอนรอบสูง มักเกิดจากแกนไส้กลางเริ่มหลวม

 

4. รถอืด กำลังตก

แรงบูสต์ไม่มาเต็มเหมือนเดิม เทอร์โบไม่สามารถอัดอากาศได้ตามปกติ

 

5. น้ำมันเครื่องหายเร็วกว่าปกติ

แม้ไม่มีอาการน้ำมันหยดใต้รถ แต่ระดับน้ำมันเครื่องลดเร็วผิดสังเกต

 

 

ไส้กลางเทอร์โบรั่ว ขับต่อได้ไหม?

คำตอบคือ ไม่ควร

เพราะหากปล่อยไว้ อาจทำให้:

 • ใบเทอร์โบแตก

 • เครื่องยนต์เสียหาย

 • ค่าใช้จ่ายซ่อมเพิ่มหลายเท่า

 

 

ทางเลือกในการแก้ไข

 

จากเคสที่ SQD Parts ดูแลมา หากพบปัญหาเร็ว การเปลี่ยน ไส้กลางคุณภาพสูง + บาลานซ์มาตรฐาน จะช่วยยืดอายุเทอร์โบได้อีกยาว และคุ้มกว่าการรอให้พังทั้งลูก

 

👉 จุดสำคัญคือ คุณภาพไส้กลาง + การรับประกัน

ร้าน SQD Parts เป็นร้านเดียวในประเทศไทย ที่รับประกันไส้กลางและเทอร์โบ ยาวถึง 3 ปี เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างมั่นใจในระยะยาว

 

 

สรุปสั้น ๆ

 • ไส้กลางเทอร์โบรั่ว มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

 • รู้เร็ว ซ่อมเร็ว ประหยัดเงินกว่า

 • เลือกร้านที่มีประสบการณ์และรับประกันจริง

 

     อ้างอิงจากประสบการณ์จริงของร้าน SQD Parts ผู้เชี่ยวชาญด้านเทอร์โบและอะไหล่เทอร์โบในประเทศไทย

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Sat 17 Jan, 2026
อ่านต่อ

     อะไหล่ในรถยนต์ 8 ชิ้นที่ต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุด ได้แก่ น้ำมันเครื่องและไส้กรอง ผ้าเบรก แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพตามการใช้งานอื่นๆ ซึ่งการเปลี่ยนตามกำหนดจะช่วยให้รถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

 

อะไหล่ในรถที่ต้องเปลี่ยนบ่อย

  • น้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง: ควรเปลี่ยนถ่ายตามระยะทางที่กำหนด (โดยทั่วไปคือทุกๆ 5,000 - 10,000 กม. หรือ 6 เดือน) เพื่อรักษาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และป้องกันการสึกหรอ
  • ผ้าเบรก: การเปลี่ยนขึ้นอยู่กับความหนาของผ้าเบรกและการใช้งาน โดยทั่วไปควรตรวจสอบทุกๆ 20,000 กม. และอาจต้องเปลี่ยนทุก 50,000-70,000 กม. หรือไวกว่านั้น
  • แบตเตอรี่: มีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 ปี หรืออาจถึง 3 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทและการดูแลรักษา ควรตรวจสอบระดับน้ำกลั่น (สำหรับแบตฯ น้ำ) และดูแลขั้วแบตเตอรี่ให้สะอาดอยู่เสมอ
  • ไส้กรองอากาศ: มีหน้าที่กรองฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกก่อนเข้าสู่เครื่องยนต์ ควรเปลี่ยนทุกๆ 30,000 กม. หรือ 1 ปีครึ่ง (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • หัวเทียน: เป็นชิ้นส่วนสำคัญในระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์เบนซิน ควรเปลี่ยนตามระยะที่ผู้ผลิตกำหนด ซึ่งมักจะอยู่ระหว่าง 40,000 - 100,000 กม. ขึ้นอยู่กับชนิดของหัวเทียน
  • น้ำมันเกียร์และไส้กรองน้ำมันเกียร์: การเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนด (เช่น ทุก 20,000 - 40,000 กม. หรือตามคู่มือรถ) จะช่วยให้ระบบเกียร์ทำงานได้อย่างราบรื่นและยืดอายุการใช้งาน
  • ใบปัดน้ำฝน: ยางปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพได้ง่ายจากแดดและฝน ควรเปลี่ยนอย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อเริ่มปัดน้ำไม่สะอาด
  • หลอดไฟต่างๆ: ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟเบรก อาจขาดได้ตามอายุการใช้งานและการสั่นสะเทือน ควรตรวจสอบและเปลี่ยนทันทีเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

 

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 14 Jan, 2026
อ่านต่อ

     การเปิดไฟเลี้ยวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสื่อสารกับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าเรากำลังจะเปลี่ยนเลน เปลี่ยนทิศทาง หรือจอดรถ การเปิดไฟเลี้ยวอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมาก

 

วิธีการเปิดไฟเลี้ยวที่ถูกต้อง

  • เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า - ก่อนที่จะเปลี่ยนเลน เปลี่ยนทิศทาง หรือจอดรถ ควรเปิดไฟเลี้ยวก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 30 เมตร เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ มีเวลาเตรียมตัวและปรับเปลี่ยนทิศทางการขับขี่
  • เลือกทิศทางที่ถูกต้อง - ก่อนเปิดไฟเลี้ยว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้เลือกทิศทางที่ต้องการเปลี่ยนแล้ว หากต้องการเลี้ยวซ้าย ให้เปิดไฟเลี้ยวซ้าย หากต้องการเลี้ยวขวา ให้เปิดไฟเลี้ยวขวา
  • เปิดไฟเลี้ยวค้างไว้จนกว่าจะเปลี่ยนเลนเสร็จ - อย่าเพิ่งปิดไฟเลี้ยวทันทีหลังจากเริ่มเปลี่ยนเลน ควรเปิดไฟเลี้ยวค้างไว้จนกว่าจะเปลี่ยนเลนเสร็จสมบูรณ์
  • ปิดไฟเลี้ยวหลังจากเปลี่ยนเลนเสร็จ - เมื่อเปลี่ยนเลนเสร็จแล้ว ควรปิดไฟเลี้ยวทันที เพื่อป้องกันความสับสนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ

ทำไมต้องเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้ง

  • แจ้งให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นทราบ - การเปิดไฟเลี้ยวจะช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ทราบถึงเจตนาในการขับขี่ของคุณ ทำให้สามารถวางแผนการขับขี่ล่วงหน้าได้
  • ป้องกันอุบัติเหตุ - การเปิดไฟเลี้ยวจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการชนท้าย หรือการเปลี่ยนเลนกระทันหัน
  • แสดงความสุภาพ - การเปิดไฟเลี้ยวแสดงถึงความสุภาพและความเป็นระเบียบในการขับขี่

สถานการณ์ใดบ้างที่ควรเปิดไฟเลี้ยว

  • ก่อนเปลี่ยนเลน - ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเลนเพื่อแซง หรือเพื่อเข้าช่องจอด ควรเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าเสมอ
  • ก่อนเลี้ยว - ก่อนเลี้ยวเข้าซอย หรือเลี้ยวเข้าออกจากถนนหลัก ควรเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า
  • ก่อนจอดรถ - ก่อนจอดรถ ควรเปิดไฟเลี้ยวเพื่อแจ้งให้รถคันหลังทราบว่าคุณกำลังจะจอด
  • ก่อนเปลี่ยนทิศทาง - ก่อนจะกลับรถ หรือเลี้ยวรถ ควรเปิดไฟเลี้ยวให้ชัดเจน

     การเปิดไฟเลี้ยวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการขับขี่อย่างปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎจราจรและการเปิดไฟเลี้ยวอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยให้กับตัวคุณเองและผู้ร่วมทาง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

.

.

.

.

_____________________________________

เราคือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

เทอร์โบแท้

IHI TURBO 🇯🇵

GARRETT 🇺🇸

MITSUBISHI TURBOCHARGER 🇯🇵

ซื้อกับเราได้สินค้าแท้100%

คุ้มค่ากว่า ใช้งานได้ในระยะยาว

สบายใจกว่า เทอร์โบแท้รับประกันสินค้ายาวนาน

บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม

โดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์มากกว่า 24 ปี”

สั่งอะไหล่กับเรา "ออกใบกำกับภาษี" ได้

พร้อมบริการการดูแลหลังการขายตลอดอายุการใช้งาน

⚙️เข้าชมสินค้าทั้งหมดในเว็บไซต์

คลิก: www.sqdparts.com

⚙️สั่งซื้อทางเพจ

คลิก: m.me/sqdparts

⚙️สั่งซื้อผ่านไลน์

คลิก: https://liff.line.me/1645278921-kWRPP32q/?accountId=sqdparts

คลิกYoutube : https://bit.ly/3IAJstu

คลิกTiktok : https://bit.ly/3bXmLmN

คลิกInstagram : https://bit.ly/3AFxMDx

เขียนโดย sqdparts เมื่อ Wed 14 Jan, 2026
อ่านต่อ
แสดง รายการ
ร้านค้าออนไลน์ และ ขายของออนไลน์ โดย © 2006-2026 Vevo Systems Co., Ltd.